(ภักดี วีระรัตน์)
"บิ๊กจ๋อ" นำทัพปิดเกมรอยสักเสือล่าตัวไอ้ “ป๋อ” ผู้ต้องหาคดีโทรมหญิงช่วยเหยื่อสาว 18 รายใหม่ คาร้านน้ำท่อมลาดกระบัง ร่มเกล้ารับทำไปเพราะ “สนุก”
"บิ๊กจ๋อ"พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น./รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำกำลังชุดสืบสวน บช.น. เปิดปฏิบัติการบุกรวบตัว นายป๋อ (สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี ในข้อหา "ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง" เจ้าหน้าที่ตำรวจแกะรอยติดตามตัวป๋อซึ่งหลบหนีไปตามแหล่งมั่วสุมต่างๆ จนกระทั่งพบนั่งอยู่ในร้านน้ำกระท่อมย่านลาดกระบัง แม้จะพยายามปกปิดใบหน้า แต่ตำรวจจำตำหนิสำคัญคือ "รอยสักรูปเสือบริเวณแขนซ้าย" ได้อย่างชัดเจน จึงเข้าล็อกตัวไว้ได้ ขยายผลรวบขบวนการอีก 5 ราย ยึดน้ำกระท่อม ยาแก้ไอ-บุหรี่เถื่อนจำนวนมาก เปิด ประวัติอาชญากรรมเคยถูกดำเนินคดีพยายามฆ่า- อาวุธปืน -ลักทรัพย์ และคดีทางเพศหลายครั้ง ชุดสืบบิ๊กจ๋อ" แกะรอยรอยสักลายเสือบนแขนซ้าย ขณะนั่งอยู่ในร้านน้ำกระท่อมกับเหยื่อสาววัย 18 ปีเพิ่งรู้จักกันผ่านโซเชียล เพียง 1 วัน
เปิดปฏิบัติการปิดเกมรอยสักเสือเมื่อวันที่ 14 ส.ค. 69 เวลาประมาณ 18.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ" บิ๊กต่าย"พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., "บิ๊กราญ" พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร., "บิ๊กหยาม" พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งการให้ "บิ๊กจ๋อ" พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานยาเสพติด พร้อมด้วย พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากรณ์ รอง ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.มาโนชย์ ทองแก้ว รอง ผกก.กก.สส.บก.น.5, พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น., พ.ต.ต.วรภัทร แสงเทียนประไพ, พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ จงเจริญ สว.กก.สืบสวน 2 บก.สส.บช.น., พ.ต.ต.ศิวัช ยังอุ่น สว.(สอบสวน) สน.วัดพระยาไกร พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศอ.ปส.บช.น. เปิดปฏิบัติการตรวจค้นร้านน้ำกระท่อมในพื้นที่ลาดกระบัง–ร่มเกล้า จำนวน 2 แห่ง
ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 5 ราย ประกอบด้วย 1. นายป๋อ (สงวนชื่อสกุลจริง) อายุ 19 ปี ภูมิลำเนาย่านลาดกระบัง กรุงเทพฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรีที่ จ.846/2569 ลงวันที่ 5 มิ.ย. 69 ในข้อหา “ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเรา อันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง” จากการตรวจสอบพบประวัติเคยถูกดำเนินคดีอาญาหลายคดี ทั้งพยายามฆ่า อาวุธปืน ลักทรัพย์ และข่มขืนฯ, 2. นายกฤต (สงวนชื่อสกุลจริง) อายุ 28 ปี ภูมิลำเนาย่านลาดกระบัง กรุงเทพฯ
, 3. นายภูมิ (สงวนชื่อสกุลจริง) อายุ 19 ปี ภูมิลำเนาย่านลาดกระบัง กรุงเทพฯ, 4. น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ภูมิลำเนาย่านลาดกระบัง กรุงเทพฯ
5. น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ภูมิลำเนาย่านบางกะปิ กรุงเทพฯ โดยจับกุมได้ที่ร้าน “ท่อมโพธิ์ดำ” ย่านลาดกระบัง และจับกุมได้ที่ร้าน “น้ำตาลสดโพธิ์ดำ” ย่านร่มเกล้า กรุงเทพฯ สำหรับผู้ต้องหาที่ 2–5 เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาเกี่ยวกับการร่วมกันช่วยซ่อนเร้น จำหน่าย หรือรับไว้ซึ่งของอันพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560, การขายหรือมีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษีหรือเสียภาษีไม่ครบถ้วน, การขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และการจำหน่ายอาหารที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนดห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย พร้อมตรวจยึดของกลางน้ำกระท่อมบรรจุขวดใสประมาณ 60 ขวด ยาแก้ไอประมาณ 100 ขวด และบุหรี่เถื่อนประมาณ 500 ซอง
เบื้องหลังการจับกุมครั้งนี้เมื่อ “บิ๊กจ๋อ” พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานยาเสพติด กำชับเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. เดินหน้าทำกรุงเทพฯ ให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยจากยาเสพติด พร้อมกวดขันสืบสวนติดตามบุคคลตามหมายจับ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด แหล่งมั่วสุม และบุคคลที่ก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนท่ามกลางหมายจับจำนวนมากที่อยู่ระหว่างการติดตาม ล่าตัวมาลงทัณฑ์ตามกฎหมายของบ้านเมืองโดย“สารวัตรแจ๊ะ” พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ ตรวจสอบข้อมูลเพื่อคัดกรองบุคคลที่มีพฤติการณ์เสี่ยงและควรเร่งนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
กระทั่งตรวจสอบหมายจับของ “ป๋อ” อายุเพียง 19 ปี ผู้ต้องหาคดี “ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเรา อันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง” “สารวัตรแจ๊ะ” พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์
ตรวจสอบประวัติ แล้วพบว่าเคยมีคดีเกี่ยวข้องหลายคดี ทั้งพยายามฆ่า อาวุธปืน และลักทรัพย์ อีกทั้งยังมีหมายจับค้างเก่า และมีพฤติกรรมวนเวียนตามแหล่งมั่วสุมและร้านน้ำกระท่อมในพื้นที่ลาดกระบัง–ร่มเกล้า ตรวจสอบรายละเอียดเห็นว่า หมายจับใบนี้ไม่ควรถูกปล่อยให้ค้างอยู่ในระบบ... เพราะเบื้องหลังหมายจับ มีหญิงสาวคนหนึ่ง.ที่ยังรอให้คนร้ายถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 69 จุดเริ่มต้นของคดีผู้เสียหายหญิงสาววัย 18 ปี รู้จักและพูดคุยกับชายคนหนึ่งผ่านช่องทางโซเชียล ก่อนนัดหมายกันให้มาพบที่ร้านน้ำกระท่อมย่านร่มเกล้า... เมื่อหญิงสาวเดินทางมาถึง เธอนั่งพูดคุยกับชายที่นัดหมายอยู่ภายในร้าน กระทั่ง “ป๋อ” เข้ามาที่ร้าน ใช้กำลังลากผู้เสียหายไปบริเวณด้านหลังร้าน ก่อนร่วมกับชายอีก 2 คน ก่อเหตุทางเพศ แม้ผู้เสียหายจะขัดขืน ไม่ยินยอม ร้องไห้ และร้องขอความช่วยเหลือ แต่ไม่สามารถต้านทานกำลังของกลุ่มผู้ก่อเหตุได้
หลังเกิดเหตุ หญิงสาวเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ร่มเกล้า เพื่อดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่จึงสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน กระทั่งนำไปสู่การออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องหนึ่งในนั้นคือ “ป๋อ”หมายจับมีอยู่…แต่ตัวคนกลับหาย
“สารวัตรแจ๊ะ” ตรวจสอบพฤติการณ์ของคดี จึงรายงาน"บิ๊กจ๋อ" พล.ต.ต.ธีรเดช ทราบ ก่อนประสานหญิงสาวผู้เสียหายเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมที่อาจเป็นประโยชน์ต่อการติดตามตัวจากหมายจับหนึ่งใบในระบบ จึงกลายเป็นภารกิจแกะรอยตัวบุคคลจริง
แต่การตามตัว “ป๋อ” ไม่ง่ายหลังจากที่หลบหนีไม่กลับบ้าน หลีกเลี่ยงช่องทางติดต่อตัดร่องรอยที่อาจนำเจ้าหน้าที่ไปถึงตัว ด้วยประวัติคดีที่มีมาตั้งแต่เป็นเยาวชน ทำให้ชุดสืบสวนประเมินว่า “ป๋อ” มีความระมัดระวังในการหลบเลี่ยงการติดตาม จึงเปลี่ยนวิธีจากการตามหาตัวโดยตรง มาเป็นการแกะรอยจากบุคคลแวดล้อม สถานที่ที่เคยปรากฏตัว และพื้นที่ที่เจ้าตัวมีพฤติกรรมวนเวียน.... หลายวันผ่านไป ร่องรอยมีเพียงเล็กน้อย
แต่ชุดสืบสวนยังไม่หยุดหนีจากบ้าน และไม่ทิ้งวงจรเดิม ร้านขายน้ำกระท่อมหลังแกะรอยต่อเนื่องหลายวัน ชุดสืบสวนเริ่มพบพฤติกรรมบางอย่างที่น่าสนใจ... แม้ “ป๋อ” จะเปลี่ยนที่อยู่ ไม่กลับบ้าน ไม่กลับที่พักเดิม และพยายามตัดช่องทางที่เจ้าหน้าที่อาจใช้ติดตาม แต่มีสิ่งหนึ่งที่ดูเหมือนยังไม่เปลี่ยนเขายังคงวนเวียนอยู่กับกลุ่มวัยรุ่นและร้านน้ำกระท่อมชุดสืบสวนจึงขยายวงค้นหาไปยังร้านน้ำกระท่อมและแหล่งมั่วสุมในพื้นที่ลาดกระบัง–ร่มเกล้า ไล่ตรวจสอบจากจุดต่างๆอย่างต่อเนื่อง
กระทั่งวันที่ 14 ส.ค. 69 การแกะรอยนำเจ้าหน้าที่มาถึงร้านน้ำกระท่อมแห่งหนึ่งในย่านลาดกระบังชุดสืบสวนกระจายกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ ก่อนสายตาจะไปสะดุดเข้ากับชายคนหนึ่งภายในร้านใบหน้าอาจยังไม่ชัดพอให้ยืนยันในทันทีแต่มีสิ่งหนึ่งโผล่พ้นออกมาและทำให้เจ้าหน้าที่จำได้“รอยสักลายเสือ” บนแขนซ้าย ตำหนิรูปพรรณสำคัญของชายที่ชุดสืบสวนตามหามาหลายวัน
เมื่อมั่นใจว่า ชายคนดังกล่าวคือ “ป๋อ” ผู้ต้องหาตามหมายจับระหว่างเตรียมเข้าจับกุม ชุดสืบสวนพบ“ป๋อ” กำลังนั่งอยู่กับหญิงสาววัย 18 ปีอีกคนอยู่ในร้าน
เจ้าหน้าที่จึงเข้าแสดงตัวและจับกุม ตามหมายจับทันที
ขณะเดียวกันน.ส.เล็ก(นามสมมุติ) หญิงสาวที่อยู่ภายในร้านได้เข้าขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ โดยให้ข้อมูลว่า เธอเพิ่งรู้จักและพูดคุยกับ “ป๋อ” ผ่านช่องทางโซเชียลได้เพียง 1 วัน ก่อนถูกนัดหมายให้มาพบกันที่ร้านแห่งนี้หญิงสาวให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่อีกว่า ระหว่างอยู่ภายในร้าน “ป๋อ” มีพฤติกรรมพยายามไม่ให้เธอกลับ และมีการให้ดื่มเครื่องดื่มจนเธอเริ่มรู้สึกมึนเมาและอยู่ในสภาพเบลอ ๆ ทำให้เกิดความหวาดกลัวเจ้าหน้าที่จึงรีบนำหญิงสาวออกจากพื้นที่ ก่อนช่วยพากลับที่พักอย่างปลอดภัย... ภารกิจตามจับผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงกลายเป็นอีกจังหวะสำคัญที่เจ้าหน้าที่สามารถพาหญิงสาววัย 18 ปีอีกคนออกจากสถานการณ์ที่เธอรู้สึกไม่ปลอดภัยได้ทันเวลา
หลังจับกุม “ป๋อ” เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบร้านน้ำกระท่อมดังกล่าว พบของกลางเป็นน้ำกระท่อมแปรรูป บุหรี่ที่ต้องสงสัยว่าเป็นสินค้าที่มิได้เสียภาษี และยาแก้ไอจำนวนหนึ่ง ก่อนจับกุมผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม... จากการขยายผลไปยังร้านน้ำกระท่อมย่านร่มเกล้า ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีเดิม เจ้าหน้าที่ตรวจพบของกลางเพิ่มเติม และพบผู้ปฏิบัติงานภายในร้านเป็นเยาวชนหญิงอายุ 16 และ 17 ปี จึงดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย การตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว “ป๋อ” นำเจ้าหน้าที่ชี้จุดบริเวณด้านหลังร้านที่เกี่ยวข้องกับเหตุเมื่อวันที่ 27 ก.พ. 69 ประกอบกับการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของ “ป๋อ” เจ้าหน้าที่ยังพบข้อมูลการติดต่อเกี่ยวกับการสั่งซื้ออาวุธปืนและวัตถุระเบิด ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบและขยายผลตามพยานหลักฐาน
นอกจากนี้ตรวจสอบพบว่า “ป๋อ” มีประวัติ 1.วันที่ 22 ส.ค. 66 ข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป” 2.วันที่ 9 ม.ค. 66 ข้อหาเกี่ยวกับการร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร
จากการสอบสวน “ป๋อ”เบื้องต้น ให้การรับสารภาพตามข้อกล่าวหา โดยให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า คดีต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับอาวุธปืน ลักทรัพย์ และพยายามฆ่า เกิดขึ้นในช่วงที่ตนยังเป็นเยาวชน ส่วนคดีข่มขืนฯ เกิดขึ้นภายหลังอายุครบ 18 ปีแล้ว สำหรับเหตุวันที่ 27 ก.พ. 69 ผู้ต้องหาให้การยอมรับว่า ผู้เสียหายขัดขืน ไม่ยินยอม และร้องไห้ระหว่างเกิดเหตุ พร้อมกล่าวขอโทษผู้เสียหาย“ทำไปเพราะสนุก” ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับปืนและวัตถุระเบิดที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบในโทรศัพท์ ผู้ต้องหาให้การว่ายังไม่ได้ซื้อ เนื่องจากไม่มีเงิน และอ้างว่าต้องการนำมาไว้ป้องกันตัว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังคงตรวจสอบข้อเท็จจริงและขยายผลตามพยานหลักฐานต่อไป
"บิ๊กจ๋อ" พล.ต.ต.ธีรเดช รอง ผบช.น. / รองโฆษก ตร. กล่าวว่า “เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์เตือนภัย โดยเฉพาะเยาวชนที่รู้จักและนัดพบบุคคลผ่านโซเชียล ความคุ้นเคยในโลกออนไลน์ไม่ได้หมายถึงความปลอดภัยในชีวิตจริง ขอให้ระมัดระวังการรับอาหารหรือเครื่องดื่มจากคนที่เพิ่งรู้จัก และหลีกเลี่ยงการอยู่ตามลำพัง เพราะการระวังตัวตั้งแต่นาทีแรก อาจป้องกันไม่ให้เราตกเป็นเหยื่อได้” จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม นาย"ป๋อ" ไม่ธรรมดามีประวัติเคยถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับพยายามฆ่า อาวุธปืน ลักทรัพย์ และคดีทางเพศมาแล้วหลายครั้ง ถือเป็นเป็นบุคคลอันตรายเป็นบุคคลอันตรายและยังเป็นภัยแก่สังคมอีกด้วย








