สืบ ตม.6 ร่วม ปปส. รวบหนุ่มแดนกิมจิพ่อค้ายาเสพติดข้ามชาติ แฝงตัวหลบหนีหมายจับตำรวจสากลในไทย OVER STAY 8 ปี ! พบพฤติกรรมสุดแสบทำเป็นขบวนการส่งออกยาเสพติดและกัญชาจากไทยไปยังเกาหลีใต้และฉ้อโกงเพื่อนร่วมชาติข้ามเสียหายกว่า 20 ล้านบาท
ตามนโยบายของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม.,พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม. ให้เร่งกวาดล้างชาวต่างชาติที่แฝงตัวเข้ามาหลบซ่อนไทย ทั้งลักลอบหนีคดีจากต่างประเทศ และกลุ่มที่ลักลอบเข้าไทยเพื่อก่อเหตุข้ามชาติ และ พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ในการจับกุมผู้ต้องหาขบวนการค้ายาเสพติดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.สัญชัย ถิ่นวงษ์แดง รอง ผบก.ฯ ช่วยราชการ สตม. ปฏิบัติราชการ บก.ตม.6,พ.ต.อ.ชิดเดชา สองห้อง รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ช่วยราชการ สตม. มอบหมายให้ ว่าที่ พ.ต.อ.วุฒิภัทร นภาโชติ ผกก.สส.บก.ตม.6 ประสานการปฏิบัติกับ พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ,นายอภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. กรณีได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีใต้และหน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ ในการที่มีบุคคลตามหมายจับตำรวจสากล(RED NOTICE)ในข้อหาฉ้อโกงและนำเข้าส่งออกยาเสพติดข้ามชาติ ซึ่งหลบหนีอยู่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมของ กก.สส.บก.ตม.6 นำโดย พ.ต.ท.สิทธิมณ สร้อยภู่ระย้า สว.(สอบสวน) กก.สส.บก.ตม.6 และ เจ้าหน้าที่ ปปส. นำโดย นายอนุสวัสดิ์ ศุขสวัสดิ ณ อยุธยา, น.ส.พิชญา มณีนิล และเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 และเจ้าหน้าที่ตม.จว.ภูเก็ต ได้ทำการสืบสวนและเฝ้าติดตาม จนทราบว่า Mr.Lee เพศชาย สัญชาติเกาหลีใต้ ซึ่งจากการประสานงานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีใต้และหน่วยข่าวกรองประเทศเกาหลีใต้และกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นบุคคลที่มีหมายจับต่างประเทศและต้องการตัว ตามประกาศตำรวจสากลสีแดง (RED NOTICE) เลขที่ A-8537/8-2018 เผยแพร่เมื่อวันที่ 13 ส.ค.61 ในความผิดฐาน ฉ้อโกงและส่งออกนำเข้ายาเสพติดและกัญชาข้ามชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยมีพฤติการ์ณคือ ในช่วงต้นปี 2561 จนถึงปัจจุบัน ผู้ต้องหาและผู้ร่วมขบวนการทำการฉ้อโกงผู้อื่น ความเสียหายกว่า 800 ล้านวอน ประมาณ 20 ล้านบาท และได้เป็นหัวหน้าขบวนการ ในการส่งออกยาเสพติดและกัญชาจากประเทศไทยไปยังประเทศเกาหลีใต้ และจำหน่ายผ่านโซเชียลออนไลน์ ให้กับผู้ค้ายาเสพติดในประเทศเกาหลีใต้และจากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่ามีประวัติในการก่อคดีเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและคดีอื่นๆ เช่น ค้าประเวณี ทำร้ายร่างกาย ฉัอโกง กว่า 23 คดี
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.สส.บก.ตม.6, ปปส.ร่วมกันสืบสวนจนพบว่าเมื่อวันที่ 12 ส.ค. 2569 เวลาประมาณ 19.00 น. Mr.Lee ซึ่งได้หลบหนีจากการจับกุมในจังหวัดภูเก็ต ได้ทำการพักอาศัยอยู่ในคอนโดหรูแห่งหนึ่ง ในอำเภอเมืองภูเก็ต จึงเดินทางไปตรวจสอบ
จากการตรวจสอบข้อมูลของ Mr.Lee ในระบบ Biometrics พบว่าเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 6 มี.ค.61 ทางด่าน ตม.ทอ.ภูเก็ต ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรด้วยวีซ่าประเภทท่องเที่ยว จนถึงวันที่ 3 มิ.ย.61 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมในระหว่างดักซุ่มเฝ้ารอได้มีชาย มีลักษณะคล้าย Me.Lee ได้ปรากฎตัว เจ้าหน้าที่ ตม.และเจ้าหน้าที่ ปปส. จึงได้แสดงตัวและขอทำการตรวจสอบ จากการตรวจสอบพบว่าบุคคลดังกล่าว คือ Mr.Lee ซึ่งให้กับยอมรับเป็นบุคคลตามหมายจับของตำรวจสากลจริง และได้ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบห้องพัก จากการตรวจสอบห้องพักเจ้าหน้าที่ได้ทำการยึดโทรศัพท์มือถือและบัตรเดบิต จำนวน 3 ใบ เนื่องจากเชื่อว่าเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิด และจะได้มีการขยายผลร่วมกับเจ้าหน้าที่ของเกาหลีใต้ ต่อไป ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ทำการจับกุม Mr.Lee ในขัอหา อยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยการอนุญาตสิ้นสุดลง overstay 2992 วัน และทำการแจ้งสิทธิให้ผู้ต้องหาทราบและนำส่ง พงส. เพื่อดำเนินการต่อไป
พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. กล่าวว่า เป็นไปตามนโยบาย ของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. ที่ยังคงบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งในและต่างประเทศ เพื่อติดตามจับกุมบุคคลตามหมายจับสากลอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่า ประเทศไทยจะไม่เป็นแหล่งหลบซ่อนของผู้หลบหนีคดีหรืออาชญากรข้ามชาติ และจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับบุคคลต่างด้าวที่เป็นภัยต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของประเทศ








