โฆษกตำรวจ กางข้อกฎหมายคลายข้อสงสัย หลังเกิดกระแสถกเถียงกรณีเจ้าของบ้านใช้อาวุธปืนยิงผู้บุกรุกเสียชีวิต ชี้ “ยิงคนร้ายเข้าบ้าน” ไม่ได้แปลว่าผิดทุกกรณี และไม่ใช่ว่าเจ้าของบ้านมีสิทธิยิงได้ทุกสถานการณ์ ต้องพิจารณาภยันตรายที่ใกล้จะถึงและการตอบโต้ต้องพอสมควรแก่เหตุ
วันที่ 12 สิงหาคม 2569 พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก “ไตรรงค์ ผิวพรรณ” อธิบายข้อกฎหมาย หลังสังคมเกิดข้อถกเถียงเกี่ยวกับกรณีผู้บุกรุกเข้าไปในบ้านพัก ก่อนถูกเจ้าของบ้านใช้อาวุธปืนยิงจนเสียชีวิต พร้อมตั้งคำถามว่า เจ้าของบ้านมีสิทธิป้องกันตัวได้มากน้อยเพียงใด และการยิงผู้บุกรุกจนเสียชีวิตจะมีความผิดหรือไม่
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมา มีการพูดถึงกรณีดังกล่าวและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก จึงต้องการอธิบายหลักกฎหมายเพื่อให้ประชาชนเข้าใจตรงกัน
โฆษก ตร. กล่าวต่อว่าา หลักทั่วไป เมื่อมีบุคคลถูกยิงจนถึงแก่ความตาย ย่อมเป็นเหตุที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ซึ่งตำรวจมีหน้าที่ต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวน ตรวจสอบข้อเท็จจริง และรวบรวมพยานหลักฐานว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไร ส่วนผู้ใช้อาวุธจะมีความผิดหรือไม่ และมีสถานะทางคดีอย่างไร พนักงานสอบสวนต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ปรากฏในคดี เมื่อการสอบสวนเสร็จสิ้น จึงดำเนินการตามกระบวนการกฎหมาย รวมถึงจัดทำความเห็นทางคดีเสนอพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาต่อไป
ดังนั้น จึงไม่สามารถสรุปได้ทันทีเพียงเพราะ ผู้เสียชีวิตเป็นผู้บุกรุก หรือ เหตุเกิดภายในบ้าน ว่าเจ้าของบ้านจะมีความผิดหรือไม่มีความผิด อย่างไรก็ตาม กฎหมายรับรองสิทธิของประชาชนในการป้องกันตนเองและผู้อื่นอย่างชัดเจน โดย ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 กำหนดหลักเรื่องการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย หากมีภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย เป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง และการกระทำเพื่อป้องกันนั้น พอสมควรแก่เหตุ ผู้กระทำย่อมไม่มีความผิดตามเงื่อนไขของกฎหมาย จึงไม่ใช่หลักว่า คนร้ายเข้าบ้าน ยิงได้ทุกกรณี และในทางกลับกันก็ไม่ใช่หลักว่า ยิงผู้บุกรุกในบ้าน เจ้าของบ้านต้องผิดทุกกรณี หัวใจสำคัญอยู่ที่ พฤติการณ์ในขณะเกิดเหตุ และข้อเท็จจริงแวดล้อมทั้งหมด
“ตัวอย่างพฤติการณ์ที่ต้องนำมาพิจารณา ได้แก่ ผู้บุกรุกเข้ามาในบ้านในเวลากลางคืนหรือไม่ เข้ามาใกล้ตัวหรือไม่ ไม่ยอมหยุดเมื่อถูกทักถามหรือไม่ รวมถึงมีพฤติการณ์ที่ทำให้เจ้าของบ้านเชื่อโดยมีเหตุผลว่ากำลังจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินหรือไม่ ข้อเท็จจริงเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญต่อการพิจารณาว่า การตอบโต้ของเจ้าของบ้านเป็น “การป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายและพอสมควรแก่เหตุ” หรือไม่ แต่หากภยันตรายสิ้นสุดลงแล้ว และผู้ป้องกันยังติดตามผู้บุกรุกออกไปใช้กำลังหรือใช้อาวุธ การพิจารณาทางกฎหมายก็อาจแตกต่างออกไป โดยต้องดูพฤติการณ์เป็นรายกรณี”
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีเหตุให้ป้องกันตัวจริง แต่การกระทำ เกินสมควรแก่เหตุ ซึ่งอาจเข้าสู่หลักตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 69 กรณีดังกล่าว กฎหมายเปิดทางให้ศาลพิจารณาลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด และหากการกระทำเกิดจากความตื่นเต้น ความตกใจ หรือความกลัว ศาลอาจไม่ลงโทษก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในแต่ละคดี
โฆษก ตร. ระบุว่า อีกประเด็นที่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ต้องการทำความเข้าใจคือ การที่ตำรวจต้องสอบสวนเหตุยิงจนมีผู้เสียชีวิต ไม่ได้หมายความว่าตำรวจสรุปว่าเจ้าของบ้านหรือผู้ป้องกันตัวเป็นฝ่ายผิด
เมื่อมีผู้เสียชีวิต ตำรวจมีหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน ทั้งการตรวจสถานที่เกิดเหตุ ตรวจอาวุธและบาดแผล ตรวจพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด สอบปากคำพยานและผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงรวบรวมพฤติการณ์ทั้งหมด เป้าหมายสำคัญคือเพื่อให้ทราบว่า ในช่วงเวลาที่ผู้ป้องกันตัดสินใจใช้อาวุธนั้น เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น และมีภยันตรายที่ใกล้จะถึงจริงหรือไม่
จากนั้นกระบวนการยุติธรรมจะดำเนินไปตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ และหากคดีเข้าสู่การพิจารณาของศาล ก็เป็นอำนาจของศาลในการวินิจฉัยต่อไป
โฆษก ตร. ระบุว่า ประเด็นดังกล่าวไม่จำเป็นต้องมองเป็นเพียงสองขั้วว่า “ยิงได้” หรือ “ยิงไม่ได้” เพราะประชาชนมีสิทธิในการป้องกันตนเองและผู้อื่นตามที่กฎหมายรับรอง ขณะเดียวกันกระบวนการยุติธรรมก็มีหน้าที่ตรวจสอบว่าการป้องกันนั้นอยู่ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมายหรือไม่
ท้ายที่สุด กฎหมายไม่ได้พิจารณาเพียงว่าเหตุเกิด “ในบ้าน” หรือ “นอกบ้าน” แต่ต้องพิจารณาพฤติการณ์ทั้งหมดในขณะเกิดเหตุ โดยเฉพาะว่ามีภยันตรายจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายที่ใกล้จะถึงหรือไม่ และการกระทำเพื่อป้องกันนั้น พอสมควรแก่เหตุเพียงใด
ทั้งนี้ การพิจารณาว่าการกระทำใดเข้าข่ายการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายหรือเกินสมควรแก่เหตุ ต้องอาศัยข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของเหตุการณ์แต่ละกรณี ไม่สามารถตัดสินจากเพียงสถานะว่าเป็น “ผู้บุกรุก” หรือเหตุเกิด “ภายในบ้าน” เท่านั้น
#โฆษกตร #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ตำรวจ #ตร #พลตทไตรรงค์ผิวพรรณ #ไตรรงค์ผิวพรรณ #ป้องกันตัว #ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย #ผู้บุกรุก #บุกรุกบ้าน #เจ้าของบ้าน #ยิงผู้บุกรุก #ยิงคนร้าย #คดีอาญา #กฎหมายอาญา #ประมวลกฎหมายอาญา #มาตรา68 #มาตรา69 #ป้องกันเกินกว่าเหตุ #เกินสมควรแก่เหตุ #สิทธิประชาชน #สิทธิในการป้องกันตัว #กฎหมาย #รู้กฎหมาย #กฎหมายใกล้ตัว #ข่าวกฎหมาย #ข่าวตำรวจ #ข่าวอาชญากรรม #คดีดัง #ประเด็นร้อน #สังคมตั้งคำถาม #ไขข้อข้องใจ #ข้อกฎหมาย #กระบวนการยุติธรรม #พนักงานสอบสวน #อัยการ #ศาล #นิติวิทยาศาสตร์ #กล้องวงจรปิด #อาวุธปืน #เหตุยิง #ผู้เสียชีวิต #ข่าววันนี้ #ข่าวล่าสุด #ข่าวด่วน #ข่าวเด่น #ข่าวออนไลน์ #ข่าวประเทศไทย #ประเด็นสังคม #ความปลอดภัยในบ้าน #ปกป้องครอบครัว #ป้องกันอันตราย #สิทธิของประชาชน #กฎหมายไทย #อัปเดตข่าว








