สำนักงานตำรวจแห่งชาติยกระดับมาตรการควบคุมอาวุธปืนและรักษาความปลอดภัยทั่วประเทศ หลังสถานการณ์ปัจจุบันพบเหตุความรุนแรงที่มีการนำอาวุธปืนและวัตถุระเบิดมาใช้ก่อเหตุในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชน
วันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการไปยังทุกหน่วยทั่วประเทศ กำชับมาตรการเกี่ยวกับอาวุธปืนและยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง โดยผู้ก่อเหตุ มีการนำอาวุธปืน/วัตถุระเบิด มาใช้ในการก่อเหตุในพื้นที่ต่าง ๆ หลายคดี เป็นเหตุให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตร่างกายและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งเป็นนโยบายที่เร่งด่วนของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ให้ความสำคัญในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน โดยมอบหมาย รอง ผบ.ตร. กำกับดูแลและควบคุมการปฏิบัติ
ผบ.ตร.มอบหมาย พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร.(รับผิดชอบงานด้านสืบสวนสอบสวน) ระดมกวาดล้างความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิด โดยตรวจสอบและกำหนดเป้าหมาย เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นอาวุธปืน อาวุธสงคราม เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด และสิ่งเทียมอาวุธ รวมถึงการจำหน่ายโดยผิดกฎหมายทั้งในพื้นที่ (On Ground) และผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์
พร้อมมอบหมาย พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร.(รับผิดชอบงานด้านป้องกันปราบปรามอาชญากรรม) ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยและยกระดับการรักษาความปลอดภัยสถานที่สาธารณะ (Soft target) เช่น โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สวนสาธารณะ ฯลฯ โดยเน้นการแสดงกำลังตรวจตรา (Stop Walk Talk) และการตรวจค้นเกี่ยวกับอาวุธปืน บุคคลยานพาหนะต้องสงสัย รวมทั้งการรับแจ้งเหตุ การไปถึงที่เกิดเหตุ และใช้ชุดปฏิบัติการพิเศษทางยุทธวิธีเข้าระงับยับยั้งเหตุ เสริมมาตรการรักษาความปลอดภัย ตลอดจนให้ทุกหน่วยตรวจสอบและควบคุมอาวุธปืนของทางราชการให้เป็นไปตามระเบียบ
นอกจากนี้ ผบ.ตร.กำชับผู้บัญชาการ ผู้บังคับการ และผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น บูรณาการกำลังของฝ่ายสืบสวน และฝ่ายป้องกันปราบปราม ในการดำเนินการมาตรการระดมกวาดล้างความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิด อย่างเป็นรูปธรรม โดยยึดหลักยุทธวิธีตำรวจและกฎหมายอย่างเคร่งครัด
อาชญากรรม








