กรมราชทัณฑ์ชี้แจงการย้ายและกระจายผู้ต้องขังเป็นมาตรการลดความแออัดในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ตามนโยบายเรือนจำศูนย์ระหว่างพิจารณาคดี และข้อกำหนดแมนเดลลา ยืนยันไม่กระทบสิทธิผู้ต้องขัง พร้อมรับข้อเสนอของ กสม. เพื่อยกระดับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามมาตรฐานสากล
ตามที่มีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับกรณีการย้ายและกระจายผู้ต้องขังไปยังเรือนจำต่าง ๆ จนนำไปสู่ ความกังวลใจของญาติและสังคมนั้น
ล่าสุด วันที่ 5 ส.ค.69 กรมราชทัณฑ์ ได้ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า มาตรการดังกล่าวเป็นกระบวนการบริหารจัดการเชิงรุกเพื่อแก้ปัญหาความแออัดในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ในช่วงที่มีการจัดระเบียบเพื่อปฏิบัติตามนโยบายเรือนจำศูนย์ระหว่างพิจารณาคดีนำร่อง (Hub) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายกระทรวงยุติธรรมโดยให้เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ควบคุมผู้ต้องขังระหว่างสอบสวน ระหว่างไต่สวน-พิจารณา ในคดีทั่วไปและคดียาเสพติดให้โทษ เพื่อแยกประเภทผู้ต้องขังตาม “ข้อกำหนดแมนเดลลา” (The Mandela Rules) มุ่งเน้นการแยกประเภทผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีออกจากนักโทษเด็ดขาด และเพื่อบริหารจัดการพื้นที่เรือนจำ สืบเนื่องจากการดำเนินการตามนโยบายข้างต้น ส่งผลให้เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จำเป็นต้องย้ายผู้ต้องขังระหว่างอุทธรณ์-ฎีกา (ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลย มีกำหนดโทษจำคุกแล้ว) และนักโทษ คดีเด็ดขาดแล้วออกเป็นจำนวนสูงถึง 2,200 คน โดยได้ย้ายไปคุมขังยังเรือนจำ/ทัณฑสถานใกล้เคียง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการเยี่ยมญาติของผู้ต้องขัง และอำนวยความสะดวกในการควบคุมตัวรับ-ส่งผู้ต้องขังไปศาล โดยมิได้มีเจตนากลั่นแกล้งหรือละเมิดสิทธิมนุษยชนกลุ่มใดเป็นการเฉพาะ และการย้ายเรือนจำไม่ได้ทำให้สิทธิของผู้ต้องขังลดลงแต่อย่างใด
กรมราชทัณฑ์ยังคงคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน เช่น สิทธิการเยี่ยมญาติ และสิทธิการรักษาพยาบาลตามมาตรฐานทางการแพทย์อย่างเสมอภาค เท่าเทียมกันทุกเรือนจำทั่วประเทศ ประกอบกับปัจจุบันเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้ดำเนินการย้ายระบายผู้ต้องขังคดียาเสพติดฯ ระหว่างพิจารณาคดีไปคุมขังที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง เพื่อเป็นการรระบายผู้ต้องขังที่เกินความจุ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการขานรับข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในกรณีการย้ายผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 กรมราชทัณฑ์จึงได้ดำเนินการประชุมวางแผนเพื่อพิจารณาคัดย้ายผู้ต้องขังดังกล่าว จากเรือนจำกลางบางขวางกลับไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อประโยชน์สูงสุดในกระบวนการยุติธรรมแล้ว
กรมราชทัณฑ์ขอยืนยันว่า ทุกขั้นตอนการย้ายผู้ต้องขังเป็นไปตามกรอบอำนาจของกฎหมาย มุ่งเน้นการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ควบคู่ไปกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาพฤตินิสัย และการเตรียมความพร้อมของผู้ต้องขังในการกลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน กรมราชทัณฑ์ขอให้พี่น้องประชาชนและญาติผู้ต้องขังมีความมั่นใจว่า การบริหารโครงสร้างและกำลังความจุของเรือนจำในทุกขั้นตอน มุ่งเน้นการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ควบคู่ไปกับการยึดมั่นในหลักสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังตามมาตรฐานกฎหมายไทยและกฎบัตรสากล เพื่อเตรียมความพร้อมและพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด








