โฆษกศาลยุติธรรมชี้แจงข้อสงสัยสังคมกรณีลดโทษในคดีฆาตกรรม ย้ำแยกบทบาทชัดเจนระหว่าง “การลงโทษ” กับ “การบังคับโทษ” โดยศาลมีหน้าที่พิจารณาพิพากษาและกำหนดโทษตามกฎหมาย ส่วนการรับโทษและการลดโทษเป็นอำนาจของหน่วยงานฝ่ายบริหารตามกฎหมาย
จากกรณีคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ ฆ่า 2 พี่น้องชาวรัสเซีย รวมถึงคดีขยายผลฆาตกรรมคนไทย 3 ศพในพื้นที่ จ.ชลบุรี ประเด็นการรับโทษทางอาญาของผู้ต้องหาได้รับความสนใจและวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมและนักกฎหมายอย่างกว้างขวาง ประเด็นหลักมีการวิจารณ์อัตราโทษสูงสุด (โทษประหารชีวิต) เเละการลดโทษจนได้ออกมากระทำความผิดซ้ำ ซึ่งตอกย้ำถึงความมาตราการความปลอดภัยของสังคมนั้น
ล่าสุด วันที่ 2 ส.ค.69 นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม ได้อธิบายเรื่องนี้ว่า การลงโทษกับการบังคับโทษต่างกันอย่างไร การลงโทษคือการที่ศาลมีคำพิพากษากำหนดโทษแก่ผู้กระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นประหารชีวิต จำคุก กักขัง ปรับ หรือ ริบทรัพย์สิน ซึ่งในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ฝ่ายตุลาการซึ่งก็คือ ศาลยุติธรรมจะเป็นผู้พิจารณาพิพากษาและกำหนดโทษตามกฎหมาย และความร้ายแรงแห่งคดี
ส่วนการบังคับโทษคือการดำเนินการให้ผู้ต้องโทษรับโทษตามคำพิพากษาของศาลจนเสร็จสิ้นตามกฎหมาย ฝ่ายบริหารเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งอาจจะแยกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามโทษ มาตรการหรือเงื่อนไขที่ศาลกำหนด ดังนั้นศาลยุติธรรมจึงมีหน้าที่ตัดสินโทษ ส่วนการรับโทษเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่บังคับโทษตามกฎหมายศาลจึงทำหน้าที่กำหนดโทษ ไม่ใช่ผู้บังคับโทษ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับประเทศไทยมีการเเบ่งหน้าที่ของฝ่ายตุลาการเเละฝ่ายบริหารอย่างชัดเจน การลงโทษผู้รับผิดชอบหลักศาลยุติธรรม เป็นผู้พิจารณาพิพากษาและกำหนดโทษตามกฎหมาย ส่วนการบังคับโทษผู้รับผิดชอบหลัก คือกรมราชทัณฑ์ (กรณีจำคุก) และหน่วยงานที่กฎหมายกำหนด เช่น กรมคุมประพฤติ ในกรณีที่มีมาตรการคุมความประพฤติหรือการปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาล ซึ่งเป็นไปภายใต้อำนาจฝ่ายบริหาร








