ช็อก! ผลนิติเวชเหยื่อไฟไหม้ "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" พบไซยาไนด์ในร่าง-แฉซ้ำ ล็อกประตูหนีไฟ! ผบช.น. จ่อฟันอาญา
“ผบช.น.” แถลงความคืบหน้าไฟไหม้ "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" ผลชันสูตรศพช็อกพบสารไซยาไนด์-คาร์บอนมอนอกไซด์ ดับอนาถใน 4 นาที แฉซ้ำร้านแอบต่อเติมไฟจนโอเวอร์โหลด แถมล็อกประตูหนีไฟ จ่อฟันข้อหาหนัก!
ความคืบหน้าโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ วันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เวลา 11.00 น. ที่สถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 (ผบก.น.2) ร่วมประชุมเร่งรัดคดีเหตุเพลิงไหม้ร้าน "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" เผยหลักฐานเด็ดชี้ชัดถึงพฤติการณ์ความประมาท
พล.ต.ท.สยาม เปิดเผยข้อมูลสำคัญจากสถาบันนิติเวชวิทยาเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตของเหยื่อทุกรายว่า ผู้เคราะห์ร้ายไม่ได้เสียชีวิตจากเปลวไฟโดยตรง แต่เกิดจากการขาดอากาศหายใจเนื่องจากสูดดมก๊าซพิษร้ายแรง
"ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการพบก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์และสารไซยาไนด์ในร่างกายของผู้เสียชีวิต ซึ่งสารพิษทั้ง 2 ชนิดนี้ มีคุณสมบัติเข้าไปบล็อกเนื้อเยื่อไม่ให้รับออกซิเจน หากสูดดมในปริมาณมากจะส่งผลให้เสียชีวิตได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่เกิน 4 นาที"
นอกจากนี้ สารพิษดังกล่ายังส่งผลกระทบไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสี่ยงชีวิตเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในวันเกิดเหตุ จนเกิดอาการระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ แสบคอ และสำลักควันอย่างรุนแรง ซึ่งล่าสุดแพทย์โรงพยาบาลตำรวจได้ทำการรักษาจนปลอดภัยและอนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว ซึ่งทาง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้เร่งพิจารณามอบรางวัลและประกาศเกียรติคุณแก่ตำรวจชุดดังกล่าว
จากการประสานข้อมูลกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) พบหลักฐานชิ้นสำคัญที่บ่งชี้ถึงความประมาทของสถานบริการดังกล่าว โดยเดิมทีทางร้านขอใช้ไฟฟ้าไว้ที่ขนาด 30/100 ต่อมามีการใช้กระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้นและได้ยื่นเรื่องขอเพิ่มขนาดไฟฟ้า แต่เมื่อเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าจะเข้าตรวจสอบระบบ ทางร้านกลับบ่ายเบี่ยงและอ้างว่าไม่พร้อมให้เข้าตรวจ
พฤติการณ์ดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่คาดว่า ทางร้านอาจลักลอบต่อเติมและดัดแปลงระบบไฟฟ้าเอง จนทำให้กระแสไฟเกิดการโอเวอร์โหลด (Overload) และลัดวงจรจนเป็นต้นเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้ ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังรอรายงานอย่างเป็นทางการจาก 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กองพิสูจน์หลักฐาน (บก.ปพ.), สถาบันนิติเวชวิทยา และวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (EIT) เพื่อนำมาประกอบสำนวนคดีตามข้อสั่งการเร่งด่วนของนายกรัฐมนตรี
จากการสอบปากคำพยานไปแล้วกว่า 100 ปาก พนักงานในร้านและลูกค้าที่หนีรอดชีวิตมาได้กลุ่มแรกให้การตรงกันว่า มีประตูหนีไฟ 1 ประตูถูกล็อกกุญแจไว้ จนต้องมีคนไปช่วยกันปลดล็อกจึงจะสามารถหนีออกมาได้ ประเด็นนี้ถือเป็นหลักฐานมัดตัวสำคัญที่จะถูกนำไปพิจารณาร่วมกับผลตรวจทางกายภาพของกองพิสูจน์หลักฐาน ว่าทางเข้าออกทั้ง 4 ทางได้มาตรฐานตามกฎหมายควบคุมอาคารหรือไม่
สำหรับความคืบหน้าในการดำเนินคดี เจ้าของร้านตัวจริง ยังบาดเจ็บสาหัส ต้องใส่ท่อช่วยหายใจและยังไม่รู้สึกตัว ปัจจุบันมีพี่สาวเข้ามาให้การแทน หากแพทย์อนุญาตให้สื่อสารได้ ตำรวจจะแจ้งข้อกล่าวหาทันที โดยข้อหาที่เตรียมดำเนินคดีกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับบาดเจ็บ, ต่อเติมดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต, กระทำการโดยประมาททำให้เกิดเพลิงไหม้ และความผิดฐานเปิดสถานบริการเกินขอบเขตที่ได้รับอนุญาต
#โรงเบียร์ณลาดพร้าว #ไฟไหม้โรงเบียร์ #ไฟไหม้ลาดพร้าว #ไซยาไนด์ #ผลชันสูตร #ผบชน #พลตทสยามบุญสม #สนพหลโยธิน #ข่าวไฟไหม้ล่าสุด #ไฟไหม้ผับ #ประตูหนีไฟ #ไฟลัดวงจร #ข่าววันนี้ #ข่าวสด #กระแสสังคม #ดัดแปลงอาคาร #เขตจตุจักร #ความปลอดภัย #นิติเวช #ข่าวด่วน #ข่าวกระแส #ไทยรัฐ #เดลินิวส์ #โศกนาฏกรรม #ไฟไหม้ปี69








