วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มวกเหล็ก ฝ่ายปกครอง กรมป่าไม้ และผู้นำชุมชน สนธิกำลังกว่า 30 นาย ปูพรมออกค้นหา นายสุรชาติ หรือ “แหยม” อายุ 39 ปี ชาวจังหวัดสระบุรี ผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าลุงวัย 68 ปี ก่อนอุ้มร่างไปเผาบริเวณกองฟืนข้างศาลาพักในหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่โดยรอบหมู่บ้าน รวมถึงบริเวณภูเขาและพื้นที่ป่าใกล้จุดเกิดเหตุ หลังคาดว่าผู้ต้องสงสัยอาจหลบหนีขึ้นไปซ่อนตัวบนภูเขา โดยเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่ช่วงสายที่ผ่านมา แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่พบตัว จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบกองไม้ที่กำลังไหม้ โดยร่างผู้เสียชีวิตถูกเผาจนไหม้เกรียม เหลือเพียงขาขวาบางส่วนที่ยังไหม้ไม่หมด และกะโหลกศีรษะมีลักษณะยุบคล้ายถูกทำร้ายด้วยของแข็ง นอกจากนี้ยังพบตะขอยาวประมาณ 50 เซนติเมตรตกอยู่บริเวณข้างกองไฟ รวมถึงเศษข้าวของ ผ้าขนหนู และหมอน กระจายอยู่บริเวณศาลาพัก
ร.ต.อ.วัชรพงษ์ ต้นหอม รองสารวัตรปราบปราม สภ.มวกเหล็ก เปิดเผยว่า การค้นหาครั้งนี้เป็นการบูรณาการกำลังหลายฝ่าย ทั้งตำรวจ ฝ่ายปกครอง กรมป่าไม้ และผู้นำชุมชน โดยเชื่อว่าผู้ต้องสงสัยอาจหลบหนีเข้าไปในพื้นที่ป่าภูเขา เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีสภาพภูมิประเทศซับซ้อน อีกทั้งบางจุดไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ทำให้การติดตามตัวเป็นไปด้วยความยากลำบาก
เจ้าหน้าที่ได้วางกำลังตามจุดสำคัญ โดยเฉพาะบริเวณกระท่อมและพื้นที่ที่คาดว่าผู้ต้องสงสัยอาจลงมาขออาหารหรือน้ำจากชาวบ้านที่ออกไปทำไร่ พร้อมประสานนายพรานในพื้นที่ช่วยตรวจสอบจุดเสี่ยงและเก็บกู้กับดักล่าสัตว์ที่อาจเป็นอันตราย
รองสารวัตรปราบปราม กล่าวว่า จากข้อมูลพยานแวดล้อมและคำให้การของผู้ที่เกี่ยวข้อง ทำให้เจ้าหน้าที่มีความเชื่อว่านายสุรชาติ หรือ “แหยม” อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้ฝ่ายปกครองและตำรวจเคยนำตัวเข้าร่วมโครงการดูแลผู้มีปัญหาด้านสุขภาพจิตหลายครั้ง แต่ยังพบพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
ด้าน นางบุญช่วย ยุ อายุ 48 ปี หลานสะใภ้ของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ครอบครัวรู้สึกเสียใจอย่างมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และต้องการให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุโดยเร็ว เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่ โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ ยังคงรู้สึกหวาดกลัว
นางบุญช่วย กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตพักอาศัยอยู่บริเวณศาลาดังกล่าวมานานหลายปี ก่อนเกิดเหตุ นายแหยมเคยมาหาผู้เสียชีวิตอยู่บ่อยครั้ง โดยมักมีพฤติกรรมขอเงินและข่มขู่ เนื่องจากทราบว่าผู้เสียชีวิตมีเงินเก็บติดตัวไว้
ขณะที่ นางสาวสุวภัทร อายุ 29 ปี หลานของนายสุรชาติ หรือ “แหยม” ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังมีกระแสข่าวว่าตนอาจมีส่วนช่วยพาผู้ต้องสงสัยหลบหนี โดยยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการหลบหนี และต้องการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อค้นหาความจริง ส่วนตัวไม่คิดว่านายแหยมจะเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ เนื่องจากทราบว่าร่างกายไม่แข็งแรง และมีอาการบาดเจ็บที่ขา คาดว่าอาจเดินทางไปได้ไม่ไกล หากต้องหลบอยู่ในพื้นที่ป่าเป็นเวลานาน อาจประสบปัญหาเรื่องน้ำและอาหาร
อย่างไรก็ตาม นางสาวสุวภัทร ระบุว่า เข้าใจความรู้สึกของครอบครัวผู้เสียชีวิตและชาวบ้านที่ต้องการความชัดเจน พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงรายละเอียดของเหตุการณ์ เช่น ระยะเวลาที่เกิดเพลิงไหม้ และพฤติกรรมของบุคคลที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุในช่วงเวลานั้น ซึ่งอยากให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ทั้งนี้ นางสาวสุวภัทร ยืนยันว่า หากนายแหยมมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จริง ก็ขอให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย แต่หากไม่ได้เป็นผู้กระทำ ก็ต้องการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพยานหลักฐานอย่างรอบคอบ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงและคืนความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย
ด้านชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า นายแหยมมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและเคยสร้างความเดือดร้อนในชุมชน ทำให้ประชาชนหลายคนรู้สึกหวาดกลัว ไม่กล้าออกไปทำไร่หรือใช้ชีวิตตามปกติ พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวผู้ต้องสงสัย เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับคนในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าค้นหาและรวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่อง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป.








