ตม.สนามบิน ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณี “เป่ากวาน” หรือขบวนการนายหน้าพาผ่านด่าน ตม.สุวรรณภูมิ หลังพบการกล่าวอ้างเรียกเก็บเงินต่างชาติ ขณะที่ ตม.เข้มคัดกรองอาชญากรรมข้ามชาติและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ปฏิเสธการเข้าเมืองแล้วกว่า 13,000 รายในปี 2569
จากกรณีเพจออนไลน์เผยแพร่ข้อมูลระบุว่ามีแหล่งข่าวคนจีนอ้างขบวนการนายหน้ารับประกันการผ่านด่าน ตม. หรือที่เรียกว่า “เป่ากวาน” บริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยเรียกเก็บเงินจากชาวต่างชาติสูงเป็น 10 เท่า หลังจาก ตม.มีการตรวจเข้ม โดยตั้งราคาตามแต่ประเภทวีซ่า ตั้งแต่ 4,500-12,000 บาท ตามที่ข่าวเสนอไปแล้วนั้น
ล่าสุด วันที่ 22 มิ.ย.69 พ.ต.อ.พงศ์ธร พงศ์รัชตนันทน์ รอง ผบก.ตม.2โฆษก บก.ตม.2 เปิดเผยว่า กรณีการกล่าวอ้างว่ามีกลุ่มนายหน้ารับดำเนินการให้ชาวต่างชาติผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมีการเรียกเก็บค่าบริการตามระดับความเสี่ยงของผู้เดินทางนั้น
ขณะนี้ พล.ต.ต.คธาธร คำเที่ยง ผบก.ตม.2 ทราบแล้ว และได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วน ทั้งในส่วนของที่มาของข้อมูล ผู้เกี่ยวข้อง การติดต่อสื่อสาร ตลอดจนพฤติการณ์ของกลุ่มบุคคลที่อาจแอบอ้างชื่อเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานราชการไปแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ
พ.ต.อ.พงศ์ธร กล่าวว่า พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม.ได้ให้นโยบาย ตม.ทุกแห่งโดยเฉพาะ ตม.สนามบิน เพิ่มมาตรการคัดกรองต่างชาติเข้มมาตั้งแต่ปี 2568 โดยเฉพาะช่วงปี 2569 ซึ่งมีการกวาดล้างขบวนการสแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเชื่อว่า อาจมีการย้ายฐานเข้าไทย“ ตม.สนามบิน จึงใช้มาตรการเข้มตรวจขาเข้า โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติการณ์เสี่ยง ใช้ฟรีวีซ่าไม่ตรงวัตถุประสงค์ แทนที่จะเข้ามาเที่ยว กลับมีพฤติกรรมส่อว่าจะทำงาน เช่น เข้าออกประเทศครั้งละนาน ๆ ถี่ผิดปกติแบบวีซ่ารัน หรือเสี่ยงต่อการเป็นแก๊งค์สแกมเมอร์ เช่น พบว่าเชื่อมโยงกับพื้นที่และขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ ทาง จนท.ตม. จะปฏิเสธการเข้าเมืองทันที โดยตั้งแต่ต้นปีมีการปฏิเสธการเข้าเมืองไปแล้ว 13,229 ราย ในขณะที่ ปี 2568 ปฏิเสธการเข้าเมืองจำนวน 22,339 ราย จากนั้น จนท.ตม.ได้สัมภาษณ์ คนต่างชาติที่เสี่ยงตกเป็นเหยื่อถูกหลอกข้ามแดนไปประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะการข้ามไปทางฝั่งเมียนมาร์ และกลุ่มเสี่ยงด้านความมั่นคง กว่า 30,000 ราย
ส่วนกรณีที่มีการระบุว่า การเพิ่มมาตรการเข้มทำให้มีการเพิ่มราคาขึ้นนั้น อาจเป็นผลจาก เอเย่นต์โดยเฉพาะจากจีน ที่ได้รับผลกระทบ จึงอาศัยจังหวะนี้ สร้างกระแสเพื่อปั่นราคา โดยเฉพาะกลุ่มที่ขอวีซ่าจากสถานทูตไทยมาอย่างถูกต้อง เช่น Thailand Elite หรือ วีซ่านักเรียน และ DTV เพื่อทำงานระยะสั้น อาจหลงกลตกเป็นเหยื่อ
สำหรับกรณีที่อ้างว่า มี จนท.ตม.เข้าไปเกี่ยวข้อง และเรียกราคาเองนั้น ขณะนี้ ผบก.ตม.2 ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว หากพบว่ามี จนท.รายใด เข้าไปหาประโยชน์ หรือเกี่ยวข้อง จะดำเนินคดีอาญา และวินัยโดยเด็ดขาด “คนที่เดินทางเข้ามาอย่างถูกต้อง มีวัตถุประสงค์ชัดเจน เอกสารครบถ้วน และไม่เกี่ยวข้องกับพฤติการณ์ผิดกฎหมาย ย่อมได้รับการอำนวยความสะดวกตามปกติ แต่สำหรับผู้ที่เข้ามาโดยแอบแฝง ใช้วีซ่าผิดประเภท หรือมีความเสี่ยงต่อความมั่นคง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องดำเนินการอย่างเข้มงวด เพื่อคุ้มครองประเทศ ประชาชน และนักท่องเที่ยวที่สุจริต ขอขอบคุณเพจจากโซเชียลที่ช่วยตรวจสอบและให้ข้อมูล ที่เป็นประโยชน์ นำไปสู่การชี้แจงทำความเข้าใจ และการสืบสวนขยายผล เพื่อกำจัดขบวนการและ จนท.ที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด ต่อไป"








