วันที่ 10 มิถุนายน 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยผลปฏิบัติการร่วมกันระหว่างหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดหลายฝ่าย ภายใต้ปฏิบัติการ “เด็ดปีกหัวหน้าแก๊ง Dodorima” โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.), พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.), พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศอ.ปส.ตร.) , พล.ต.อ.สมประสงค์ เย็นท้วม ที่ปรึกษาพิเศษ ตร., พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) และ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สั่งการเปิดปฏิบัติการ สามารถจับกุม นายแพททริก อายุ 36 ปี สัญชาติไนจีเรีย หัวหน้าเครือข่ายค้ายาเสพติดโคเคนข้ามชาติ ผู้ต้องหาถูกจับกุมได้บริเวณคอนโดหรูย่านพระราม 3 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร พร้อมของกลางโคเคนประมาณ 18 กรัม และตรวจยึดทรัพย์สินหลายรายการ อาทิ รถยนต์ 1 คัน เงินสด และทรัพย์สินอื่น รวมมูลค่าประมาณ 700,000 บาท
สืบเนื่องเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.รับผิดชอบยาเสพติดนำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. เปิดปฏิบัติการ“ทลายห้องมืด” นำหมายค้นเข้าตรวจสอบห้องพักคอนโดหรูย่านสะพานพระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี ซึ่งใช้เป็นฐานปฏิบัติการแก๊ง Romance Scam จับกุมตัวผู้ต้องหาชาวต่างชาติ 6 ราย ต่อมา พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ทำการสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. ได้แกะรอยพบความเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจค้ายาเสพติด (โคเคน) และแก๊ง Romance Scam โดยมีกลุ่มหัวขบวนการใหญ่ทำธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย ซึ่งมีเงินหมุนเวียนในขบวนการกว่า 300 ล้านบาท พบกับหลักฐานการรวมกลุ่มขบวนการนี้ภายใต้ชื่อกลุ่ม “DODORIMA” ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มหัวแถวในโซนภูมิภาคประเทศไทย แตกหน่อมาจากเครือข่ายใหญ่ระดับโลกที่ชื่อว่า “NBM OF AFRICA”
จากการสืบสวนยังพบว่า ขบวนการดังกล่าวมีพฤติกรรมรวมกลุ่ม “เดินสายบุญ” โดยการรวมกลุ่มตระเวนบริจาคสิ่งของงานการกุศล เพื่ออำพรางการทำธุรกิจผิดกฎหมาย โดยสืบทราบว่าหัวหน้าขบวนการ DODORIMA คือ นายแพททริกฯ อายุ 36 ปี สัญชาติไนจีเรีย ซึ่งแฝงตัวอยู่ในประเทศไทยมาเป็นเวลากว่า 7 ปี โดยจะไปมาระหว่างประเทศไทยกับทวีปแอฟริกา แรกเริ่มมาในประเทศไทยเป็นเพียงคนเดินขายโคเคนตามสถานที่ท่องเที่ยว แต่ต่อมาได้ขึ้นระดับเป็นหัวหน้าขบวนการ พบว่าในระยะเวลาเพียง 1 ปีที่ผ่านมา มีเงินหมุนเวียนของเครือข่ายกว่า 380 ล้านบาท และยังสืบทราบว่าในปัจจุบัน แพททริกฯ ได้นำเงินส่งกลับประเทศจนสามารถสร้างคฤหาสน์หลังใหญ่ในประเทศไนจีเรีย ซึ่งการสืบสาวไปถึงตัวของหัวหน้าขบวนการรายนี้ไม่สามารถทำได้โดยง่าย เนื่องจากมีลูกน้องจำนวนมากและยังมีทักษะต่อต้านทางการสืบสวน อำพรางการฟอกเงิน แต่เจ้าหน้าที่ได้พบเบาะแสสำคัญ แม้ว่า นายแพททริกฯ จะไม่ได้ค้าขายโคเคนเป็นหลักแล้วก็ตาม แต่พบว่ายังคงหล่อเลี้ยงความสัมพันธ์กับกลุ่มผู้มีชื่อเสียงด้วย “โคเคน” นำมาสู่ปฏิบัติการดังกล่าว
ต่อมา วันที่ 9 มิถุนายน 2569 พล.ต.ต.ธีรเดชฯ นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. สนธิกำลังร่วมกันกับ ป.ป.ส.กทม. เฝ้าติดตามกระทั่งได้พบ นายแพททริกฯ กำลังขับรถเข้าคอนโดหรูแห่งหนึ่งย่าน ถ.พระราม 3 จึงได้ทำการสกัดจับโดยยุทธวิธี Car Block แต่ นายแพททริกฯ พยายามขัดขืนการจับกุม ได้ขับรถถอยชนเจ้าหน้าที่หวังเปิดทางหลบหนี จนทำให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.ธีรเดชฯ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุบกระจกรถจนสามารถดับเครื่องรถยนต์คนร้ายไว้ได้ทันท่วงที ก่อนทำการควบคุมตัวลงจากรถยนต์ได้สำเร็จ จากการตรวจค้นพบโคเคน จำนวนประมาณ 18 กรัม ก่อนนำตัวตรวจค้นห้องพักในคอนโดหรู ตรวจยึดเงินสดและทรัพย์สิน รวมมูลค่าประมาณ 700,000 บาท หลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ได้ทำการขยายผลพบข้อมูลสำคัญระดับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และยังพบข้อมูลแชตในกลุ่มลับที่พูดคุยถึงกลุ่มผู้ติดยาเสพติดโคเคนในประเทศไทย หลังจับกุมเจ้าหน้าที่ได้นำตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน.บางโพงพาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยกล่าวหาว่า “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานผู้ซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่” ในส่วนของข้อหาเรื่องของการฟอกเงิน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการขยายผล ส่วนของทรัพย์สินที่ได้ตรวจยึดไว้ตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ ได้นำส่งเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เพื่อดำเนินการเก็บรักษาและขยายผลสืบทรัพย์ต่อไป โดยในชั้นจับกุม นายแพททริกฯ ได้ให้การภาคเสธ โดยให้การรับสารภาพในเรื่องของยาเสพติดโคเคน แต่ยังปฏิเสธในเรื่องขบวนการฟอกเงิน อ้างเป็นการรวมกลุ่มทำบุญบริจาคการกุศล จากการประกอบอาชีพขายล้งปลาจากประเทศไทยไปไนจีเรีย
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น./รองโฆษก ตร. กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ที่ให้กวาดล้างกลุ่มทุนต่างชาติที่เข้ามาแฝงตัวทำธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย โดยการขยายผลมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการจับกุมครั้งนี้คนร้ายมีพฤติกรรมรุนแรง โดยระหว่างการจับกุมผู้ต้องหามีการต่อสู้ขัดขืนจนทำให้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ และมีทรัพย์สินเสียหาย ในส่วนของการขยายผลเราได้ข้อมูลที่สำคัญของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยได้ปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นการจับกุมระดับหัวหน้าเครือข่าย ถือเป็นการเด็ดปีกตัดวงจรฟอกเงินของแก๊งสแกมเมอร์และยาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่ หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการประสานงานร่วมกับ ป.ป.ส. และหน่วยงานข้ามชาติ เพื่อขยายผลเส้นทางการเงินและไล่ล่าผู้ร่วมขบวนการ ทั้งชาวต่างชาติและคนไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด








