11 มิถุนายน 2569 (พรุ่งนี้) ถือเป็นวันวัดอุณหภูมิทางการเมืองครั้งสำคัญของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กับการเปิดเวที TH-AI Passport Forum เพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อโปรเจกต์ TH-AI Passport "เผือกร้อน" ในมือของพรรคภูมิใจไทย
คำถามที่สังคมต่างจับจ้องคือ เวทีระดมสมองครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อรับฟังและปรับปรุงโครงการจริงๆ หรือเป็นเกมการฟอกขาวโครงการที่เต็มไปด้วยข้อกังขา ให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ?
1. ปฐมบทพันล้าน ท่ามกลางพายุคำถาม
โครงการ TH-AI Passport ใช้งบประมาณจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลฯ สูงถึง 1,621 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายสวยหรูในการแจกสิทธิการใช้งาน AI ระดับ Premium/Pro ให้คนไทย 5 ล้านคน
โดยกระทรวงดิจิทัลฯ ระบุว่า ปัจจุบันไทยมีอัตราการเข้าถึง AI เพียง 10.7% การลงทุนเฉลี่ย 324 บาท/คน/ปี จึงถือว่าคุ้มค่ามหาศาลในการยกระดับทักษะของคนประเทศ
แต่ทันทีที่กางรายละเอียด แนวรบฝ่ายค้านนำโดย พรรคประชาชน (โดย สส.ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ) และแวดวงวิชาการสายเทคฯ ก็ดาหน้าเข้ามาสับแหลก โดยทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ 3 ประเด็น
(1) ส่วนต่างกำไรปริศนา : มีการคำนวณและตั้งข้อสังเกตว่า โครงการนี้อาจมีส่วนต่างกำไรในระดับมหาศาล
(2) ล็อกสเปกเอื้อกลุ่มทุน? : การเขียนขอบเขตงาน (TOR) ถูกตั้งคำถามอย่างหนักว่าจงใจปูทางให้เอกชนที่มีสายสัมพันธ์ทางการเมืองกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ?
(3) พึ่งพาต่างชาติ vs สร้างเอง : นักวิชาการมองว่า งบกว่าพันล้านบาทควรนำไปสร้าง AI ของคนไทย ที่เป็นมันสมองของชาติ ดีกว่านำเงินภาษีไปจ่ายค่าไลเซนส์ (License) ให้บริษัทยักษ์ใหญ่ต่างชาติ
2. "เซ็นแล้ว-แก้ไม่ได้"
อีกประเด็นที่ทำให้ความชอบธรรมของเวที TH-AI Passport Forum สั่นคลอนอย่างหนัก ไม่ได้มาจากฝ่ายค้าน แต่มาจากความย้อนแย้งภายในกระทรวงดิจิทัลฯ เอง
ในขณะที่ “พชร อนันตศิลป์” ปลัดกระทรวงดีอี หลุดยอมรับผ่านสื่อว่า "ไม่สามารถนำความคิดเห็นที่ได้รับไปเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไข TOR ได้ เนื่องจากเซ็นสัญญาไปแล้ว"
ทว่า “ไชยชนก ชิดชอบ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี กลับออกโรงอุ้มโครงการนี้เต็มตัว พร้อมแย้งว่า หากมีข้อเสนอแนะที่ดี ก็ยังสามารถปรับแก้ได้ผ่านการทำ "บันทึกแนบท้ายสัญญา"
ความขัดแย้งนี้คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ชวนให้สังคมตั้งคำถามว่า หากแกนกลางของสัญญา (TOR) ถูกล็อกและเซ็นไปแล้ว การเปิดเวทีรับฟังความเห็นในวันพรุ่งนี้ จะมีประโยชน์อะไร ?
3. "ฟอกขาว" เพื่อดันทุรัง หรือ "หลังพิงฝา" ห้ามถอย ?
ท่าทีของ รมว.ไชยชนก ที่เคยประกาศกร้าวว่า "ใครได้งาน... ไม่ใช่เรื่องของผม ผมสนแค่ต้องทำตามนโยบาย" และไม่หวั่นว่ากระแสนี้จะฉุดเรตติ้งรัฐบาล สะท้อนให้เห็นว่า ค่ายสีน้ำเงินตัดสินใจแล้วว่าต้องเข็นโปรเจกต์นี้ให้ถึงที่สุด
เมื่อมองผ่านเลนส์การเมือง เวทีในวันที่ 11 มิ.ย. จึงอาจไม่ใช่พื้นที่สำหรับรื้อโครงสร้างโครงการใหม่ แต่อาจเป็นกระบวนการ "สร้างความชอบธรรมย้อนหลัง" เพื่อใช้เป็นเกราะคุ้มกันทางกฎหมายและการเมือง
รัฐบาลต้องการภาพของ "การรับฟังทุกภาคส่วน" เพื่อนำไปอ้างอิงในสภาฯ ว่า โครงการนี้โปร่งใสและได้ผ่านการประเมินจากสังคมแล้ว
ท้ายที่สุด หากบนเวที TH-AI Passport Forum รัฐมนตรียังเคลียร์ปมร้อนเรื่อง "ส่วนต่างมหาศาล" ไม่ขาด และตอบสังคมไม่ได้ว่า การรับฟังความเห็นครั้งนี้จะนำไปสู่การปรับแก้โครงการได้อย่างไร ในเมื่อสัญญาหลักถูกเซ็นล็อกไว้เรียบร้อยแล้ว
เวทีที่รัฐบาลหวังเซ็ตอัปขึ้นมาเพื่อสร้างความชอบธรรมให้โครงการได้ไปต่อ... อาจพลิกกลับเป็น "ลานประหารทางการเมือง" ที่ย้อนมาทำลายเจ้ากระทรวง และลุกลามกลายเป็นไฟที่เผาผลาญความน่าเชื่อถือของพรรคแกนนำรัฐบาลเสียเอง
บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม








