รวบหัวหน้าแก้งมาเฟียญี่ปุ่ย ตามหมายจับศาลนาโกย่า ฐานลักพาตัว-ฉ้อโกงเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ เสียหายกว่า 1,000 ล้านเยน หรือราว 200 ล้านบาท โดยดำเนินการตามนโยบาย “3 ไม่” สกัดอาชญากรต่างชาติ
จากกรณีที่ สตม.แถลง มาตรการ 3 ไม่ ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ประกอบด้วย ไม่ให้เข้า, ไม่ให้อยู่, และ ไม่ให้รอด เพื่อสกัดกั้นและกวาดล้างชาวต่างชาติที่แฝงตัวเข้ามาก่ออาชญากรรมหรือทำผิดกฎหมายในประเทศไทย ไม่ให้เข้า สกัดกั้นต้นทาง ใช้ระบบคัดกรอง APPS (Advance Passenger Processing) สกัดต่างชาติที่มีหมายจับหรือแบล็คลิสต์ (Blacklist) ปฎิเสธการเข้าเมือง ไม่ให้อยู่ ถอนวีซ่าและกวาดล้าง เพิกถอนวีซ่าและผลักดันชาวต่างชาติที่ทำผิดเงื่อนไข เช่น กลุ่ม "วีซ่านักเรียนทิพย์" ไม่ให้รอด” เอกซเรย์พื้นที่ ตรวจสอบต่างชาติที่กระทำผิดกฎหมาย และสามารถประสานงานจับกุมได้ทันทีนั้น
วันที่ 8 มิ.ย.69 ที่สตม. พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ, พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ, พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผบก.สส.สตม.และ ว่าที่ พ.ต.อ.นพรัตน์ จงเชิดตระกูล ผกก.4 บก.สส.สตม. พ.ต.ท.สิปปนนท์ พ่วงขวัญ รอง ผกก.4 บก.สส.สตม. ร่วมกับ บก.ปพ.บช.ก ได้รับการประสานจากสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ต้องการตัวสัญชาติญี่ปุ่น ราย MR.TAKAFUMI ผู้ต้องหารายตามหมายจับประเทศญี่ปุ่น ข้อหา "ฉ้อโกง"
จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่น ทราบว่า MR.TAKAFUMI หัวหน้าขบวนการกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกชาวญี่ปุ่น โดยมีฐานที่ตั้งอยู่ในประเทศกัมพูชา และมีพฤติการณ์ลักพาตัวบุคคลชาวญี่ปุ่นบังคับให้ขึ้นเครื่องบินเดินทางไปยังประเทศกัมพูชา โดยกักขังและบังคับขู่เข็ญให้เหยื่อทำงานเป็นเจ้าหน้าที่โทรศัพท์หลอกลวงให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เครือข่ายอาชญากรรมของ MR.TAKAFUMI ก่อเหตุเชื่อมโยงกับคดีฉ้อโกงภายในประเทศญี่ปุ่น กว่า 40 คดีภายในปี 2024 มูลค่าความเสียหายรวม 1,000 ล้านเยน คิดเป็นเงินไทยกว่า 200 ล้านบาทไทย ต่อมา ผบก.สส.สตม ได้อนุมัติเพิกถอนการอยู่ในราชอาณาจักรบุคคลรายดังกล่าว จากการสืบสวนทราบว่า MR.TAKAFUMI จะเดินทางในวันที่ 7 มิ.ย.69 ออกเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 19:45 น. เดินทางไปยังประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.69 เวลาประมาณ 18.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.สส.สตม. ร่วมกับ ปพ. วางแผนร่วมกันจับกุม MR.TAKAFUMI โดยพบ MR.TAKAFUMI ขณะเดินทาง จึงได้ควบคุมตัวและแจ้งให้ทราบว่า การอยู่ในราชอาณาจักรถูกเพิกถอน เนื่องจากเป็นบุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักรตาม มาตรา 12(7) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 นำตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปจากนั้นจึงควบคุมตัวมายัง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
เป็นไปตามนโยบาย 3 ไม่ ของ สตม.ไมให้เข้า ไม่ให้อยู่ ไมให้รอด การกวาดล้าง เพิกถอนวีซ่าและผลักดันชาวต่างชาติที่ทำผิดเงื่อนไข เช่น มีหมายจับจากต่างประเทศ กลุ่ม "วีซ่านักเรียนทิพย์" ไม่ให้รอดจากการเอกซเรย์พื้นที่ ตรวจสอบต่างชาติที่กระทำผิดกฎหมาย อย่างเข้มข้น ต่อเนื่อง มีผลการปฎิบัติเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน








