สำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมประชุมหัวหน้าตำรวจอาเซียน ASEANAPOL ครั้งที่ 44 ที่ฟิลิปปินส์ ผลักดันความร่วมมือปราบอาชญากรรมข้ามชาติ ภัยหลอกลวงออนไลน์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พร้อมร่วมรับรองติมอร์-เลสเตเป็นสมาชิกประเทศที่ 11 และขยายเครือข่ายความมั่นคงในภูมิภาค
วันที่ 28 ก"8"69 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยผลการเข้าร่วมการประชุมหัวหน้าตำรวจอาเซียน หรือ ASEANAPOL ครั้งที่ 44 ณ กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22–26 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิดหลัก “United in Vision: Securing People and Strengthening Collaboration” โดยมี พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนฝ่ายไทย พร้อมด้วย พล.ต.ท.วรวัฒน์ อมรวิวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ในฐานะรองหัวหน้าคณะผู้แทนฝ่ายไทย, พล.ต.ต.จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ และคณะผู้แทนฝ่ายไทย รวมถึง พ.ต.อ.ก้องกฤษฎา กิตติถิระพงษ์ ผู้อำนวยการบริหารสำนักเลขาธิการตำรวจอาเซียน เข้าร่วมการประชุมเพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาค
ตลอดห้วงการประชุม คณะผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เข้าร่วมการประชุมที่สำคัญหลายคณะอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากการประชุมคณะกรรมการบริหาร เพื่อหารือหัวข้อการประชุมและจัดการเลือกตั้งผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายบริการตำรวจ ของสำนักเลขาธิการตำรวจอาเซียน ก่อนนำผลไปรับรองในการประชุมระดับหัวหน้าคณะและคู่เจรจา นอกจากนี้ ในการประชุมแบบครบองค์คณะ ครั้งที่ 1 หัวหน้าคณะผู้แทนฝ่ายไทยยังได้แสดงบทบาทในการรายงานผลสัมฤทธิ์จากการที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมฯ ครั้งที่ 43 ที่ผ่านมา ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ร่วมมือปฏิบัติการ: ปราบปรามการหลอกลวง ขัดขวางการฉ้อโกง และปกป้องประชาชน ; Collaboration in Action: Crushing Scam, Disrupting Fraud, and Protecting People” โดยไทยได้เป็นผู้นำในการริเริ่มผลักดันวาระการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการหลอกลวงออนไลน์อย่างจริงจัง พร้อมทั้งส่งมอบรายงานการประชุมให้แก่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติฟิลิปปินส์เพื่อสานต่อข้อตกลงอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงได้รับเกียรติให้เข้าเยี่ยมคารวะผู้แทนประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ , นาย แรล์ฟ เร็กโต เลขาธิการบริหารประจำสำนักประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เพื่อหารือแนวทางการยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศ
การประชุมครั้งนี้เป็นการตอกย้ำความต่อเนื่องในการทำงานร่วมกันของตำรวจอาเซียน โดยเน้นย้ำการปราบปรามอาชญากรรมหลัก 8 สาขา ได้แก่ การลักลอบค้ายาเสพติด การก่อการร้าย การลักลอบค้าอาวุธ การค้ามนุษย์ การค้าสัตว์ป่า อาชญากรรมทางการเงิน อาชญากรรมทางไซเบอร์ และอาชญากรรมทางทะเล ควบคู่ไปกับการประชุมคณะทำงานที่ได้ร่วมกันกำหนดแนวทางปฏิบัติการเพื่อรับมือกับปัญหาที่ทุกประเทศในภูมิภาคกำลังประสบอยู่ในขณะนี้ คือภัยหลอกลวงออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นการต่อยอดแนวคิดความร่วมมือที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติไทยได้เสนอและผลักดันไว้ในการประชุมครั้งก่อน นำมาสู่การแถลงการณ์ร่วมของหัวหน้าตำรวจอาเซียน (Joint Communiqué) และร่วมลงนามในพิธีปิดการประชุมอย่างเป็นทางการ
นอกเหนือจากเวทีหลัก คณะผู้แทนฝ่ายไทยยังได้ใช้โอกาสนี้ประชุมทวิภาคี (Bilateral Meeting) ร่วมกับตัวแทนจากประเทศญี่ปุ่น ฮ่องกง อังกฤษ และนิวซีแลนด์ เพื่อกระชับความสัมพันธ์และขยายเครือข่ายการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ สำหรับมติสำคัญด้านการขยายเครือข่ายความร่วมมือในระดับภูมิภาค ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบครั้งประวัติศาสตร์ในการรับรองให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติติมอร์-เลสเต เข้าเป็นสมาชิกประเทศที่ 11 ของกลุ่มตำรวจอาเซียนอย่างเป็นทางการ พร้อมรับรองกระทรวงมหาดไทยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เข้าเป็นคู่เจรจา (Dialogue Partner) รายใหม่ และกำหนดให้สาธารณรัฐอินโดนีเซียเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ASEANAPOL ครั้งที่ 45 ในปี 2027
ผลสัมฤทธิ์จากการประชุมในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงประโยชน์ที่ประชาชนชาวไทยจะได้รับอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะความต่อเนื่องและความมุ่งมั่นของประเทศสมาชิกอาเซียนในการประสานพลังปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นการเดินหน้าสานต่อมาตรการเด็ดขาดที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ริเริ่มไว้ตั้งแต่การประชุมครั้งที่ 43 การผนึกกำลังกันอย่างเข้มแข็งในครั้งนี้จะช่วยให้เกิดการบูรณาการข้อมูลข่าวสาร และการผนึกความร่วมมือระหว่างประเทศในการตัดวงจรขบวนการหลอกลวงออนไลน์ รวมถึงอาชญากรรมข้ามชาติทุกประเภท เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและปกป้องทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติบนเวทีสากล เพื่อทำให้ภูมิภาคมีความปลอดภัยอย่างยั่งยืน








