ภักดี วีระรัตน์ / รายงาน
เบื้องหลังฉายา “เปา K2” ในวงการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ชื่อของ “เปา K2” ไม่ใช่ระยับธรรมดา แต่เป็นที่รู้จักในฐานะ "เอเย่นต์รายใหญ่" ที่มีเครือข่ายเชื่อมโยงตั้งแต่ชายแดนภาคเหนือ ลำเลียงเข้าสู่ใจกลางเมืองกรุง และกระจายไปยังปริมณฑล คำว่า "K2" ย่อมาจากประเภทของยาเค (Ketamine) สูตรเฉพาะ หรือรหัสลับในกลุ่มนักค้ารุ่นใหม่ที่เน้นตลาดกลุ่มวัยรุ่นและสถานบันเทิงหรู
ยุทธการครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการขยายผลอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ที่แกะรอยจาก "รายย่อย" จนพบ "ท่อน้ำเลี้ยง" ขนาดใหญ่ที่ซ่อนตัวอย่างแนบเนียนในคราบนักธุรกิจและโกดังขนส่งสินค้า
จากการสืบสวนพบว่า เครือข่าย “เปา K2” มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ เลียนแบบบริษัทโลจิสติกส์ถูกกฎหมาย เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่และเพื่อนบ้านในพื้นที่
การเลือกทำเล: มักเช่าโกดังขนาดใหญ่ในแถบปริมณฑล (เช่น นนทบุรี ปทุมธานี หรือสมุทรปราการ) ที่มีเส้นทางเข้า-ออกสะดวก ใกล้ทางด่วน เพื่อให้ง่ายต่อการขนย้ายในยามวิกาล เพื่อพรางตา ด้านหน้าโกดังอาจติดป้ายเป็นธุรกิจรับส่งสินค้าเกษตร เฟอร์นิเจอร์ หรืออุปกรณ์ก่อสร้าง การลำเลียงยาเสพติดจะใช้ระบบขนส่งเป็นรถกระบะตู้ทึบดัดแปลง มีช่องลับใต้ท้องรถ หรือปะปนไปกับตะกร้าผลไม้และสินค้าถูกกฎหมาย เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจค้นของด่านตรวจ
เปิด ยุทธการฟ้าสาง: นาทีบุกทลายและของกลางมูลค่าพันล้านเมื่อพยานหลักฐานและพิกัด "โกดังลับ" แน่ชัด เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษได้เปิดยุทธการจู่โจมพร้อมกันหลายจุด ผลลัพธ์ที่ได้สร้างความตกตะลึงให้กับวงการสืบสวน เนื่องจากปริมาณของกลางและทรัพย์สินที่ยึดได้มีมูลค่ามหาศาล เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 69 ที่สภ.คูคต ภ.จว.ปทุมธานี ที่ผ่านมา "บิ๊กต๋อง" พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 นายอำนาจ เหล่ากอที รองเลขาธิการ ป.ป.ส. รักษาราชการแทน ผอ.ปปส.ภ.1 พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ภ.1พล.ต.ต.สถาพร เอมโอษฐ์ รอง จตร. ช่วยราชการ ภ.1 , พล.ต.ต.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ ผบก.ภ.จว.สระบุรี, พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี, พ.ต.อ.ไกรสร ศรีอำพร ผกก.สส.ภ.จว.สระบุรี , พ.ต.อ.กานตภณ วรรณา ผกก.สภ.คูคต , พ.ต.อ. อดิเรก โปธิปัน ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ เครือข่ายโกดังยาเสพติด เปา K2 (คลองสอง ลำลูกกา)จับกุมผู้ต้องหา 4 ราย พร้อมของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ประมาณ 8,900,000 เม็ด, โทรศัพท์เคลื่อนที่ 5 เครื่อง, รถยนต์ 2 คันสภ.คูคต ภ.จว.ปทุมธานี
สืบเนื่องจากที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการขนยาเสพติดจาก จว.สระบุรี โดยใช้รถกระบะตู้ทึบ เพื่อจะนำยาเสพติด มาเก็บไว้ที่บริเวณภายในบ้านไม่มีเลขที่ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จว.ปทุมธานี โดยจากการตรวจค้นเจ้าหน้าที่พบยาบ้า จำนวน 8,000,000 เม็ด, อาวุธปืนพกสั้น จำนวน 1 กระบอก, ระเบิด จำนวน 1 ลูก นอกจากนี้ยังจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 4 คน โดยจากการสอบสวนขยายผลทราบว่า ยังมียาเสพติดอยู่อีก 1 ที่ ภายในบ้านเช่า ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จว.ปทุมธานี จึงได้นำกำลังเข้าตรวจค้นภายในบ้านหลังดังกล่าว พบยาบ้าอยู่ภายในบ้านอีกจำนวน 900,000 เม็ด รวมเป็นการจับกุมยาเสพติด (ยาบ้า) ได้ทั้งสิ้น 8,900,000 เม็ด
จากการตรวจสอบประวัติ อาชญากรรม พบว่านายวิโรจน์หรือเปา อายุ 42 ปี เคยมีประวัติปล้นทรัพย์ และ น.ส.ปริฉัตรหรือบี อายุ 21 ปี เคยมีประวัติทำร้ายร่างกาย เบื้องต้น หากผู้ต้องหาให้การสารภาพว่า ยาชุดดังกล่าวจะเก็บไว้ที่จุดเพื่อเป็นการพักสินค้า ตอนที่ทางนายทุนจะแจ้งว่าจะต้องนำไปส่งที่ไหน โดยจะได้ค่าจ้างครั้งละ 100,000 บาท ซึ่งส่วนใหญ่จะลำเลียงมาจากภาคเหนือ ในเบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาทั้ง 4 คน โดยกล่าวหาว่า "ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชน และแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาที่ 1 เพิ่มเติมว่ามีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และมีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย" ก่อนส่งมอบตัวผู้ต้องหาทั้งหมดให้พนักงานสอบสวน สภ. คูคต เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ผบช.ภ.1 กล่าวเปิดเผยว่า การปฏิบัติการจับกุมคดียาเสพติดถือว่าเป็นการจับกุมรายสำคัญที่เป็นเครือข่ายโกดัง ยาเสพติด สามารถจับกุมได้ 8,900,000 เม็ด ซึ่งในการขนย้ายและลำเลียงยาเสพติดของคนร้ายถือว่าเป็นการขนส่งที่คนร้ายพยายามหลีกเลี่ยงการตรวจค้นจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีการขนส่งลำเลียงโดยรถยนต์กระบะตู้ทึบ ใส่ถุงดำแบบพลาสติก จำนวน 40 กระสอบ และใช้ในส่วนพื้นที่ จว.ปทุมธานี เป็นจุดพักยา คาดว่ามีการลำเลียงมาพักไว้ได้สักพักใหญ่แล้ว ไม่พบพฤติกรรมว่าใช้บ้านเช่าเป็นที่พักล็อตใหญ่ดังกล่าว
การทลายโกดังยาเสพติดเครือข่าย “เปา K2” ในครั้งนี้ ถือเป็นการเด็ดปีกท่อน้ำเลี้ยงครั้งสำคัญ แต่นี่เป็นเพียงหนึ่งใน "ยอดภูเขาน้ำแข็ง" ของขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงต้องทำงานเชิงรุก โดยเน้นไปที่กฎหมาย "มาตรการยึดทรัพย์" เพื่อไม่ให้ขบวนการเหล่านี้สามารถฟื้นตัวกลับมาสร้างความเสียหายต่อเยาวชนและสังคมได้อีกต่อไปหากพบ พฤติกรรมต้องสงสัย กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ โทร.191 ตลอด 24 ชม. เพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยปฏิบัติการดังกล่าว ตามนโยบาย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล








