นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ เผย 4 ปัจจัยเสี่ยงเหตุถนนจรัญฯทรุด อาทิ รั่วท่อสาธารณูปโภค, ดินอ่อนตัวในฤดูฝน, ผลกระทบจากการก่อสร้างใกล้เคียง พร้อมแนะนำให้เพิ่มการตรวจสอบสภาพดินและใช้เครื่องมือสแกนโพรงใต้ดิน
จากกรณีถนนจรัญสนิทวงศ์ทรุดตัวขนาดใหญ่ ช่วงหน้าโรงพยาบาลวิชัยเวช แยกไฟฉาย เมื่อเวลา 14.42 น. วันนี้ (9 พ.ค.69) ส่งผลกระทบต่อการจราจรอย่างหนัก เจ้าหน้าที่เตือนประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าวเพื่อความปลอดภัยและลดปัญหาการจราจรติดขัดนั้น
ล่าสุด ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และ อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ วิเคราะห์ว่า เหตุการณ์การทรุดตัวถนนจรัญสนิทวงศ์ เคยเกิดมาแล้วหลายครั้งในปี 2564 และ 2566 สำหรับเหตุการณ์ถนนทรุดที่เกิดขึ้นในวันนี้ วิเคราะห์จากภาพถ่าย เป็นการทรุดตัวในหนึ่งเลน และถนนหักเป็นรูปตัว V ไม่ใช่ความเสียหายที่เกิดจากผิวหน้าถนน แต่เป็นการสูญเสียดินรองรับพื้นถนนมากกว่า
สำหรับการคาดการณ์สาเหตุที่เป็นไปได้ อาจเกิดจาก 1.ในบริเวณดังกล่าวมีท่อ หรือ บ่อสาธารณูปโภคใต้ดิน เช่นบ่อพักท่อร้อยสายไฟฟ้า อาจเกิดการรั่วตรงบริเวณข้อต่อที่ท่อมาชนกับบ่อพัก หรือตำแหน่งอื่นๆ จนเป็นเหตุให้ดินไหลเข้าไปในบ่อได้ 2.ประกอบกับ ช่วงนี้อาจจะมีฝนตก ทำให้ดินเหลว จนอาจไหลได้ง่ายกว่าปกติ 3.อาจมีการก่อสร้างใกล้เคียง มีการขุดบ่อ หรือเปิดหน้าดิน ทำให้ดินไหลเข้าไปได้ และ 4.ท่อประปาหรือท่อระบายน้ำแตก ทำให้น้ำพัดพาดินไป
ทั้งหมดนี้ยังเป็นเพียงการคาดการณ์สาเหตุ ซึ่งสาเหตุที่แท้จริง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงจะต้องลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบระบบสาธารณูปโภคใต้ดินในพื้นที่ดังกล่าว อย่างไรก็ตามการทรุดตัวดังกล่าวคงไม่ใหญ่เท่ากับยุบตัวของถนนหน้าวชิรพยาบาล เนื่องจากกรณีของวชิรพยาบาลอยู่ใกล้กับการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน แต่ก็ควรติดตามว่ามีการขยายตัวต่อหรือไม่
ศ.ดร. อมร พิมานมาศ กล่าวอีกว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรตรวจสอบการไหลของดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหน้าฝน ซึ่งดินที่เหลวอาจจะไหลได้ง่ายขึ้น โดยใช้เครื่องมือ Scan หลุมหรือบ่อใต้ดิน อยู่เป็นระยะ เพราะแม้จะเป็นหลุมที่ไม่ใหญ่ แต่ก็อาจเป็นอันตรายต่อผู้ขับขี่ได้








