วันที่ 24 มิ.ย.69 สำนักข่าว AFP รายงานว่า วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติเมื่อวันอังคารสนับสนุนการจำกัดอำนาจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการดำเนินปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน นับเป็นความพ่ายแพ้ทางการเมืองอีกครั้งของผู้นำสหรัฐฯ หลังจากสภาผู้แทนราษฎรได้ผ่านมติในลักษณะเดียวกันไปก่อนหน้านี้ราว 3 สัปดาห์
ผลการลงคะแนนปรากฏว่า สมาชิกวุฒิสภา 50 คนเห็นชอบต่อมติดังกล่าว ขณะที่ 48 คนลงคะแนนคัดค้าน โดยนอกจากสมาชิกพรรคเดโมแครตซึ่งเป็นผู้เสนอญัตติแล้ว ยังมีสมาชิกพรรครีพับลิกัน 4 คนที่ลงคะแนนสวนมติพรรคและคัดค้านการใช้อำนาจของประธานาธิบดีจากพรรคเดียวกัน
มติดังกล่าว หรือที่เรียกว่า “มติอำนาจสงคราม” (War Powers Resolution) มีเป้าหมายจำกัดอำนาจฝ่ายบริหารในการใช้กำลังทหารโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา และสะท้อนถึงความไม่พอใจของสมาชิกสภาคองเกรสต่อการที่รัฐบาลทรัมป์ดำเนินปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์โดยไม่ผ่านการอนุมัติจากฝ่ายนิติบัญญัติ
อย่างไรก็ตาม มติดังกล่าวมีสถานะเป็นเพียงการแสดงจุดยืนทางการเมือง และไม่มีผลบังคับทางกฎหมายโดยตรง แม้ว่ารัฐธรรมนูญสหรัฐฯ จะกำหนดให้สภาคองเกรสมีอำนาจในการประกาศสงครามก็ตาม
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้วิพากษ์วิจารณ์การลงมติดังกล่าวว่าเป็นการกระทำที่ “ไม่รักชาติ” และกล่าวหาสมาชิกสภาคองเกรสว่ากำลังขัดขวางความพยายามในการเจรจากับรัฐบาลอิหร่าน
ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านปะทุขึ้นเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อกรุงเตหะราน ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีอิสราเอล รวมถึงเป้าหมายของสหรัฐฯ และประเทศในอ่าวเปอร์เซียหลายแห่ง
ต่อมาในช่วงกลางเดือนมิถุนายน สหรัฐฯ และอิหร่านได้ลงนามในข้อตกลงกรอบเพื่อยุติความขัดแย้ง และขณะนี้ทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อจัดทำข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม








