DSI ลงพื้นที่อ่างทอง ประสานตำรวจ พลังงานจังหวัด ตรวจสอบคลังน้ำมันเถื่อนของบริษัทรายใหญ่ พบของกลางกว่า 6 แสนลิตร เตรียมขยายผล และยกคดีเป็นคดีพิเศษตามพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง
วันที่ 19 เม.ย.69 สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเข้าตรวจสอบคลังน้ำมันแห่งหนึ่ง ในพื้นที่จังหวัดอ่างทองพบพฤติกรรมครอบครองน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวนมากโดยไม่มีใบกำกับการขนส่งมาแสดงรวมทั้ง มีการเก็บตัวอย่างน้ำมัน เพื่อตรวจสอบคุณภาพน้ำมัน และดำเนินคดีอาญาในความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงแล้ว นั้น
ล่าสุด คณะกรรมการคดีพิเศษได้มีมติ ให้กรณีความผิดทางอาญาที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันเชื้อเพลิงตามนิยามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีผลกระทบจากเหตุการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เกิดจากการกระทำของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 หรือมาตรา 10 หรือผู้ค้าน้ำมันไม่ว่าจะจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยน้ำมันเชื้อเพลิงหรือไม่ โดยทำเป็นขบวนการหรือมีความซับซ้อนหรือที่ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อประชาชน หรือกระบวนการภาคอุตสาหกรรม ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป จนกว่าเหตุการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางจะสงบ เป็นคดีพิเศษ
พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มอบหมายให้กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ประสานงาน กับพนักงานสอบสวนท้องที่เกิดเหตุ ว่ามีลักษณะเป็นคดีพิเศษตามคดีคณะกรรมการคดีพิเศษดังกล่าวหรือไม่ เพื่อวางแผนการปฏิบัติงานร่วมกันต่อไป เนื่องจากกรณีดังกล่าว กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ได้รับเป็นสำนวนสืบสวนที่ 42/2569 ไว้แล้ว และเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 พันตำรวจตรี วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ได้สั่งการให้ ร้อยโท ภชภณ สุพานิชวรภาชน์ ผู้อำนวยการส่วนคดีคุ้มครองผู้บริโภค 1 พร้อมคณะพนักงานสืบสวน ลงพื้นที่จังหวัดอ่างทอง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษ เขตพื้นที่ 1 เข้าประสานงานกับตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง และพลังงานจังหวัดอ่างทอง เกี่ยวกับคดีอาญาดังกล่าว เพื่อทราบข้อเท็จจริงและได้เข้าร่วมตรวจสอบ บจ.ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 ของพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ฯ ณ ตำบลตลาดกรวด อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง โดยพบอีกว่า สถานที่ดังกล่าวยังเป็นคลังน้ำมันที่มี บจ.ทริลเลียนออยล์ ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 อีกนิติบุคคลหนึ่ง เป็นผู้ขออนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 คลังน้ำมันเชื้อเพลิง อีกด้วย โดยมีผู้จัดการคลังน้ำมันดังกล่าวเป็นผู้นำตรวจ โดยได้ทำการตรวจสอบเอกสารใบกำกับการขนส่ง จำนวนชนิดน้ำมัน ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงคลัง รายชื่อลูกค้า และเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และพลังงานจังหวัดอ่างทองได้ทำการจัดเก็บตัวอย่างน้ำมัน และวัดคุณภาพ จำนวน 2 ถัง จากจำนวน 5 ถัง (เดิมอายัดไว้จำนวน 2 ถัง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและมีถังไม่ได้ใช้งานจำนวน 1 ถัง) ผลการตรวจสอบ มีดังนี้
1. ถังที่อายัด ถัง TD2 ดีเซล B7 วัดได้ 102.2 ซม เป็นจำนวน 102,412 ลิตร
2. ถังที่อายัด ถัง TS4 เบนซิน แก๊สโซฮอล์ 95 วัดได้ 96.8 ซม. เป็นจำนวน 140,879ลิตร
3. ถัง ถังที TD3 (ไม่ได้ใช้งาน) เป็นดีเซล B7 วัดได้ 27 ซม. จำนวน 51,640 ลิตร
4. เก็บตัวอย่าง ถัง TD1 ดีเซล B7 ไร วัดได้ 222.3 ซม. จำนวน 291,250 ลิตร
5. เก็บตัวอย่าง ถังTS5 เบนซิน แก๊สโซฮอล์ 91 วัดได้ 40.2 ซม. จำนวน 64,997 ลิตร
หลังจากนี้ DSI จะดำเนินการรับโอนสำนวนคดีจากตำรวจสอบสวนกลางเพื่อสอบสวนภายใต้พระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเร่งกวาดล้างขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนที่ซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงราคาพลังงานผันผวน








