ข่าวภูมิภาค

ประเพณีออกฮ๊อยปะจุ๊ของมอญเมืองปทุมฯ สืบสานความเชื่อและศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่น

แชร์ข่าว

ประเพณีออกฮ๊อยปะจุ๊ของชาวมอญเมืองปทุมธานี แสดงถึงการนับถือผีบรรพชนในเทศกาลสงกรานต์ สืบทอดความเชื่อทางจิตวิญญาณ พร้อมพิธีเซ่นไหว้และลอยแพตุ๊กตา

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 19 เม.ย.69 ที่ศาลหลักเมือง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานในพิธีประเพณีออกฮ๊อยปะจุ๊ของชาวมอญจังหวัดปทุมธานี โดยมีนายอารุช เอมโอฐ นายอำเภอเมืองปทุมธานี นายไพรัตน์ จันทร์แบบ ที่ปรึกษาพิเศษนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี และชาวมอญในจังหวัดปทุมธานีเข้าร่วมพิธี

นายไพรัตน์ จันทร์แบบ ที่ปรึกษาพิเศษนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า ชาวมอญมีประเพณีมอญสำคัญอย่างหนึ่ง สะท้อนความ “เป็นมอญ” ที่ฝรั่งนักวิชาการหลายคนระบุเหมือนกันว่า คนมอญมีอัตลักษณ์สำคัญโดดเด่นในเรื่องการนับถือผีบรรพชน นั่นคือ แม้จะยอมรับนับถือพุทธศาสนาและน้อมนำปฏิบัติอย่างเคร่งครัด แต่ผีบรรพชนที่มีมาแต่เดิมก็ยังคงเก็บรักษาไว้อย่างเหนียวแน่น

ความเชื่อในสิ่งเร้นลับเหนือธรรมชาติติดตัวมนุษย์มาแต่กำเนิด เมื่อมนุษย์มีความก้าวหน้าด้านศิลปวิทยาวิชาการ ปรัชญา ศาสนา มีวิธีคิดที่เป็นเหตุเป็นผลมากขึ้น ในส่วนของคนมอญแม้จะได้ยอมรับนับถือพุทธศาสนาอย่างเคร่งครัดแล้วก็ยังคงนับถือผีบรรพชนอย่างมั่นคง นับเป็นอัตลักษณ์มอญที่สำคัญอย่างหนึ่ง ดังที่ได้มีการโยงตำนานความเชื่อเรื่องผีมอญเข้ากับพุทธศาสนาอย่างกลมกลืน ตำนานการนับถือผีดังกล่าว คือ

ตำนานต้นทางในการนับถือผีมอญระบุว่า ในสมัยพุทธกาล เศรษฐีผู้หนึ่งมีภรรยา 2 คน ต่อมาภรรยาน้อยมีลูก 2 คน ภรรยาหลวงอิจฉาภรรยาน้อยจึงฆ่าลูกภรรยาน้อยตาย ภรรยาหลวงกับภรรยาน้อยคู่นี้เมื่อตายไปจึงพยาบาทจองเวรฆ่าลูกของอีกฝ่ายสลับกันไปทุกชาติ ชาติสุดท้ายฝ่ายหนึ่งเกิดเป็นผี อีกฝ่ายเกิดเป็นมนุษย์ ต่างมีลูกด้วยกันทั้งคู่ ฝ่ายผีไล่ตามกินลูกมนุษย์ มนุษย์จึงหนีไปพึ่งพระพุทธเจ้า ซึ่งประทับอยู่ ณ เวฬุวันมหาวิหาร พระองค์ทราบความเป็นมาโดยตลอดด้วยพระอภิญญาณ จึงโปรดแสดงพระธรรมเทศนาแก่นางผีตนนั้น ให้เห็นกรรมดีกรรมชั่ว ผลร้ายของการอาฆาตพยาบาทจองเวรซึ่งกันและกัน จนนางผีและมนุษย์คิดได้ เลิกจองเวรกัน

ต่อมานางผีได้ไปอยู่กับมนุษย์ ช่วยเหลือนางมนุษย์และชาวเมืองทั้งหลายในการทำไร่ทำนา บังเกิดผลดีมีโภคทรัพย์สมบูรณ์มั่งคั่ง จึงกลายเป็นประเพณีสืบต่อกันมาของชาวมอญในการนับถือผีบ้านผีเรือน

ผีในทรรศนะของคนมอญแยกออกได้เป็น 2 ประเภท คือ

1. ผีทั่วไป ผีเจ้าที่เจ้าทาง ผีไม่มีญาติ พระภูมิเจ้าที่ ทั้งผีดีและผีร้าย รวมทั้งผีประจำหมู่บ้าน ชาวมอญเรียกว่า “กะโล่กกวาน” (ကလော်ကွာန်) อีกประเภทหนึ่งคือ

2. ผีบรรพชน หรือ ผีบ้านผีเรือน มอญเรียกว่า “กะโล่กฮ๊อย” (ကလော်သ္ၚိ) ซึ่งนับว่าเป็นการกตัญญูรู้คุณต่อบรรพชนก็ว่าได้ คนมอญจะเคารพเชื่อถือผีบ้านอย่างมาก มีการเซ่นสรวงอยู่เสมอ หากครอบครัวใดละเลย เชื่อกันว่าจะทำมาหากินไม่ขึ้นและอาจประสบกับเคราะห์ร้าย

คนมอญนับถือผีเจ้าที่เจ้าทาง แต่ใกล้ชิดผูกพันกับผีบ้านผีเรือน หรือประจำตระกูล (Totem) แต่ละตระกูลนับถือสัญลักษณ์ผีประจำตระกูลของตนแตกต่างกัน เช่น ผีเต่า ผีงู ผีไก่ ผีข้าวเหนียว ในแต่ละบ้านต้องมีเสาผี คือเสาเอกของบ้านเป็นสถานที่เก็บของใช้ของผี ได้แก่กระบุงหรือหีบผ้าผี ภายในประกอบด้วยผ้านุ่งผ้าห่ม และแหวนผี (แหวนทองหัวพลอยแดง) ซึ่งลูกหลานในตระกูลต้องเก็บรักษาดูแลให้ดี อย่าให้สูญหายหรือผ้าขาดชำรุด หากพบต้องรีบหามาเปลี่ยนให้ใหม่ มิฉะนั้นเชื่อว่าผีจะลงโทษคนในตระกูลให้เจ็บไข้ได้ป่วย

การสืบทอดผีบ้านจะสืบทอดผ่านลูกชายคนโตของตระกูล เว้นแต่ทางสมุทรสาครหรือชุมชนที่อพยพโยกย้ายมาจากทางสมุทรสาคร การสืบทอดผีจะสืบทอดทางลูกชายคนเล็ก

การเซ่นไหว้ผีบ้านต้องกระทำทุกปี (บางชุมชน 3 ปีครั้ง) โดยนำข้าวปลาอาหาร ขนม ผลไม้ ดอกไม้ธูปเทียน น้ำอบ กราบไหว้บูชาที่เสาผี และต้องนำสัญลักษณ์ผีประจำตระกูลมาเซ่นไหว้ เช่นผีเต่า ก็ต้องนำเต่ามาปรุงอาหาร ผีไก่ก็ต้องนำไก่มาปรุงอาหารเซ่นไหว้ด้วย

ข้อกำหนดของผีบ้านในแต่ละตระกูลที่ต่างกัน กล่าวคือ ผีเต่า เมื่อเจอเต่าห้ามทัก ต้องบอกว่าตัวเน่าตัวเหม็น มิฉะนั้นต้องจับเอามาทำอาหารเซ่นผีที่บ้าน ผีไก่ก็ต้องตัดหัวไก่เซ่นผีทุกครั้งที่นำไก่เข้าบ้านมาทำอาหาร ผีงูก็ห้ามตีงู และเชื่อว่างูจะไม่ทำร้ายคนที่นับถือผีงูด้วย ส่วนผีข้าวเหนียวก็ห้ามให้ข้าวเหนียวแก่คนอื่น แต่ถ้าไม่ทราบไม่เป็นไร

แม้คนมอญปทุมธานีในปัจจุบันที่ห่างหายไปจากวัตรปฏิบัติเรื่องการนับถือเซ่นไหว้ผีบรรพชนแต่ก็ยังคงประกอบพิธีกรรมที่ว่าด้วยผีเจ้าที่เจ้าทาง ผีบ้านผีเมือง เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ หรืออย่างน้อยก็เป็นสิริมงคลในการดำเนินชีวิต ประเพณีดังกล่าวคือ ประเพณี “ออกฮ๊อยปะจุ๊”

ออกฮ๊อยปะจุ๊ (ยู่ปะจุ๊) สืบเนื่องจากการนับถือผีของมอญ การออกฮ๊อยปะจุ๊ (တိတ်သ္ၚိဗဇု) หรือ “ยู่ปะจุ๊” (ယူဗဇု) คือการเข้าทรงเซ่นสรวงบูชารำลึกพ่อปู่หรือวิญญาณปู่ย่าตายายผู้คอยปกปักรักษาหมู่บ้าน ซึ่งจะทำกันในเทศกาลสงกรานต์ โดยแต่ละครอบครัวจะนำเครื่องเซ่นไหว้ไปประกอบพิธีที่ศาลประจำหมู่บ้าน

เครื่องเซ่นไว้ประกอบด้วย กล้วย 3 ลูก เนื้อมะพร้าว 3 ชิ้น ข้าวเหนียว 1 ก้อน ข้าวสุก 1 ก้อน พริก หอม กระเทียม กะปิ เกลือ บุหรี่ หมาก พลู ใส่จานตั้งถวายไว้หน้าศาล ในการทำพิธีของโต้ง (ဒေါၚ်) หรือผู้อำนวยการพิธี จะหยิบของเครื่องเซ่นส่วนหนึ่งมาจากจานของทุกครอบครัว ใส่ใบตองวางไว้หน้าศาล จุดธูปเทียนบอกกล่าว และร่วมกันร้องรำทำเพลงขึ้นหน้าศาลแล้วกลับมาที่หมู่บ้าน ปั้นตุ๊กตาด้วยแป้งเป็นรูปคนขนาดเล็กจำนวนเท่ากับสมาชิกในครอบครัว ใช้ผ้าตกแต่งเป็นเครื่องนุ่งห่มสวยงาม เสร็จแล้วนำใส่แพต้นกล้วยที่ปักธงกระดาษสีตกแต่งสวยงาม แยกใส่ตุ๊กตาแพหนึ่ง เครื่องเซ่นไหว้แพหนึ่ง มีสาวพรหมจารีประจำมุมทั้งสองแพคนละมุม ชาวบ้านพร้อมกันจุดธูปเทียนกล่าวคำเซ่นไหว้ตามหัวหน้าในพิธีเป็นภาษามอญ เสร็จแล้วหมุนแพ 3 รอบ นำไปลอยน้ำ โดยสาวพรหมจารีมุมละคนว่ายน้ำประคองแพทั้งสองไปปล่อยให้ไกลที่สุด แล้วว่ายกลับเข้าฝั่งโดยไม่หันไปมอง เป็นอันเสร็จพิธี

พบได้ว่า ผีมอญของคนมอญปทุมธานีทุกวันนี้ไม่ได้เป็นผีในแง่ของอำนาจวิเศษเปี่ยมล้นไปด้วยอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ ดลบันดาลแก้ววิเศษ ทรัพย์สินศฤงคาร แต่เป็นผีที่เป็นตัวแทนของบรรพชนปู่ย่าตายายที่ล่วงลับ แวะเวียนเยี่ยมยามลูกหลานชั่วครั้งชั่วยาม ก่อนลูกหลานจะกลับไปอยู่ในโลกความเป็นจริงต่อสู้ชีวิตพร้อมขวัญกำลังใจที่ได้รับเติมเต็มปีละหน

ข่าวแนะนำ