หนุ่มลาววัย 24 รับสารภาพก่อเหตุฆ่าหั่นศพแฟนสาววัย 20 ปี บีบคอจนเสียชีวิต ก่อนชำแหละแยก 8 ถุง ทิ้งคลองย่านปากเกร็ด ตำรวจเผยปมเหตุหึงหวง เตรียมฝากขังดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากกรณีตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย จับกุมนายต้อม (บุคคลไม่มีนามสกุล) อายุ 24 ปี สัญชาติลาว ตามหมายจับศาลอาญาข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” หลังก่อคดีฆ่าหั่นศพนางสาวแรม อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นแฟนสาวสัญชาติเดียวกัน ก่อนชำเหละแยกชิ้นส่วนอวัยวะใส่ถุงดำ 8 ถุง ไปโยนทิ้งในคลองสวยใกล้เลียบคลองประปา ทางเข้าซอยข้างโรงเรียนเซนต์ฟรังซิสเซเวียร์ ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี และพยายามหลบหนีทางช่องทางธรรมชาติ เพื่อข้ามฝั่งกลับไปประเทศลาวแต่ถูกเจ้าหน้าที่ ตม.จว.หนองคาย สกัดไว้ได้ก่อนประสานให้ชุดสืบสวน บก.น.2 และสน.ทุ่งสองห้อง รับตัวมาดำเนินคดีตามที่ข่าวเสนอไปแล้วนั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 25 มี.ค.69 ที่ สน.ทุ่งสองห้อง พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วยพล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 พ.ต.อ.อธิบดี เสริมสุข ผกก.สส.บก.น.2 พ.ต.อ.ยุทธศิลป์ การินทร์ ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง พ.ต.ท.ปกป้อง ฟองเลา รอง ผกก.สส.สน.ทุ่งสองห้อง พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ร่วมกันสอบปากคำ นายต้อม (บุคคลไม่มีนามสกุล) อายุ 24 ปี สัญชาติลาว ผู้ต้องหา หลังนำตัวจากจังหวัดหนองคาย ขึ้นเครื่องบินมาลงสนามบินดอนเมือง
ผู้สื่อข่าวถามนายต้อม ผู้ต้องหา ถึงสาเหตุครั้งนี้ โดยนายต้อม ตอบคำถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย ระบุว่า ทำไปเพราะ "อารมณ์ชั่ววูบ" และรู้สึกสำนึกผิดต่อแฟนสาวที่เสียชีวิต เมื่อผู้สื่อข่าวซักถามถึงสาเหตุที่ลงมือทั้งที่อ้างว่ารักแฟนสาว นายต้อมตอบเพียงว่า "พูดไปก็คงไม่มีใครเชื่อ" ก่อนจะถูกคุมตัวเข้าห้องสอบสวน
พล.ต.ท.สยาม กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น สาเหตุมาจากความหึงหวง และทะเลาะกัน โดยผู้เสียชีวิตได้หนีออกจากห้องพักย่านแจ้งวัฒนะ ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จากนั้นผู้ต้องหาได้พยายามติดตามผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จนทราบว่าผู้เสียชีวิตไปทำงานอยู่ในจังหวัดชลบุรี จึงเดินทางไปดักรอและชักชวนให้กลับมาที่ห้องพัก เมื่อกลับมาถึง ผู้ต้องหาได้ชักชวนให้ผู้เสียชีวิตกลับไปทำงานเริ่มชีวิตใหม่ที่ประเทศลาวบ้านเกิดด้วยกัน แต่ถูกผู้เสียชีวิตปฏิเสธ เนื่องจากต้องการทำงานในประเทศไทย ทำให้ผู้ต้องหาไม่พอใจ ก่อนลงมือทำร้ายร่างกายด้วยการบีบคอจนหมดสติ จากนั้นลากร่างเข้าห้องน้ำ และชำแหละอวัยวะโดยใช้มีดเพียง 1 เล่ม โดยผู้ต้องหาทำงานเป็นผู้ช่วยเชฟ มักแร่เนื้อสัตว์ ขณะเดียวกัน ญาติของผู้เสียชีวิตได้ออกติดตามหา เนื่องจากไม่สามารถติดต่อได้ และเข้าแจ้งความที่ สน.ทุ่งสองห้อง ตำรวจจึงลงพื้นที่ตรวจสอบอพาร์ตเมนต์ พบภาพจากกล้องวงจรปิดเมื่อวันที่ 22 มีนาคม ทั้งสองคนเดินเข้าไปในห้องพัก และวันที่ 23 มีนาคม พบผู้ต้องหาเดินออกมาเพียงลำพัง
ต่อมาเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบห้องพัก พบกลิ่นคาวและคราบเลือดในห้องน้ำ จึงประสานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย และจังหวัดตามแนวชายแดน และเจ้าหน้าที่ สปป.ลาว เพื่อติดตามผู้ต้องหาตามแนวชายแดน หลังเกิดเหตุ ผู้ต้องหาได้ซื้อถุงดำและน้ำยาทำความสะอาดจากร้านสะดวกซื้อ ก่อนนำชิ้นส่วนอวัยวะใส่ถุงดำจำนวน 8 ถุง ไปทิ้งในลำคลองเลียบถนนคลองประปา ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่พบชิ้นส่วนอีก 2 ถุง แขนขวา และสะโพก โดยจากคำให้การทั้งหมดที่ผู้ต้องหาโยนทิ้ง 8 ถุง พบแล้ว 6 ถุง ที่เหลือคาดว่าลอยไปกับน้ำ และอยู่ระหว่างติดตามชิ้นส่วนที่เหลือ และจะให้เจ้าหน้าที่แพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ ทำการชันสูตรชิ้นส่วนศพถึงสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และซ่อนเร้นอำพรางศพ ก่อนควบคุมตัวไปขออำนาจศาลฝากขังในวันที่ 26 มี.ค.ส่วนการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ อยู่ระหว่างพิจารณา เนื่องจากเกรงความไม่ปลอดภัย จากความโกรธแค้นของญาติผู้เสียชีวิต







