หนุ่ม รปภ.วัย 36 ปีถึงกับน้ำตาหลั่ง หลังพบศพแฟนสาววัย 54 ปีลอยบ่อหินเก่า เจ้าตัวเผยตนกับแฟนสาวรักกันมาก ไม่เคยทะเลาะกัน แต่ช่วงหลังตนทำงานหนักต้องควงเวร เพราะอยากได้เงิน แต่แฟนสาวบ่นว่าอยากให้พักผ่อนบ้าง ไม่คิดว่าแฟนจะน้อยใจแล้วก่อเหตุแบบนี้
วันที่ 24 มี.ค 69 ร.ต.ท.เทอดเกียรติ บุญเลียบ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองบุรีรัมย์ รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบศพลอยน้ำในบ่อน้ำหลุมระเบิดหินเก่า ภายในพื้นที่บ้านศิลาทอง หมู่ 16 ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ จึงประสานหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมบุรีรัมย์ และแพทย์เวรโรงพยาบาลบุรีรัมย์เข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นหลุมน้ำขนาดใหญ่เนื้อที่ไม่น้อยกว่า 100 ไร่ ลึกประมาณ 30-100 เมตร มีชาวบ้านมามุงดูเป็นจำนวนมาก จนท.ตรวจสอบเบื้องต้นเป็นร่างของผู้หญิง ทราบชื่อต่อมา นางสาวจุรีย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี ชาว อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ห่างจากฝั่งประมาณ 500 เมตร
นอกจากนี้ยังพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สกู๊ปปี้ สีขาว ทะเบียน 1กภ 3179 บุรีรัมย์ จอดอยู่ริมบ่อน้ำ พร้อมโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ,กระป๋องเบียร์เปล่า 1 กระป๋องตกอยู่ใกล้กันกับรถจักรยานยนต์คาดว่าเป็นกระป๋องเบียร์ของผู้เสียชีวิต หน่วยกู้ภัยจึงนำเรือไปนำร่างขึ้นมาจากฝั่ง ตรวจสอบสภาพศพสวมเสื้อยืดสีชมพู กางเกงยีนส์ ไม่พบร่องรอยหรือบาดแผลการถูกทำร้าย
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบโทรศัพท์พบมีการเขียนหมายเลขติดต่อไว้ จึงประสานไปยังบุคคลดังกล่าว ซึ่งทราบว่าเป็นแฟนของผู้เสียชีวิต ในเวลาต่อมานายจักรพันธ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี แฟนผู้เสียชีวิตและญาติได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุต่างโศกเศร้าด้วยความเสียใจ
โดยเฉพาะนายจักรพันธ์ แฟนหนุ่มถึงกับหลั่งน้ำตาตลอดเวลาด้วยความเสียใจที่สูญเสียแฟนสาวไป นายจักรพันธ์ เล่าว่าตนมีอาชีพเป็น รปภ.ส่วนแฟนสาวเป็นแม่บ้านอยู่บ้าน เราสองคนอยู่กันอย่างมีความสุข คืนก่อนเกิดเหตุช่วงประมาณ 20.00 น. ตนกับแฟนก็ยังพูดคุยกันตามปกติ ไม่มีการทะเลาะหรือมีปัญหากันแต่อย่างใด ทุกครั้งที่ตนจะออกไปทำงานจะหอมแก้มภรรยาทุกครั้ง แต่ในช่วงหลังภรรยาบ่นน้อยใจว่าตนไม่มีเวลาให้ ยอมรับว่าระยะหลังควงเวร เพราะพนักงานขาดงานบ่อยจึงอาสาไปทำแทน แต่ไม่คิดว่าภรรยาจะคิดสั้นขนาดนี้ ยอมรับเสียใจที่สุด
ด้านนายกิตติพจน์ ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า จุดดังกล่าวเป็นแหล่งที่มีทิวทัศน์สวยงาม มักมีคนมาถ่ายรูป แต่มีความเสี่ยงอันตราย โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนที่มืดและไม่มีไฟส่องสว่าง อีกทั้งในอดีตเคยเกิดเหตุลักษณะเดียวกันมาแล้ว จึงอยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาติดตั้งไฟส่องสว่าง หรือทำรั้วกั้นเพื่อป้องกันเหตุซ้ำ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ สอบถามทางแม่ผู้เสียชีวิต ซึ่งไม่ติดใจ จึงอนุญาตินำร่างไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านตามประเพณีต่อไป







