ศาลอาญาเลื่อนตรวจพยานหลักฐานคดี “ทนายตั้ม” กับพวก รวม 7 คน คดีฉ้อโกงและฟอกเงินมูลค่ากว่า 111 ล้านบาท หลังเอกสารหลักฐานมากกว่า 9,000 หน้า ยังตรวจไม่ครบ ด้านจำเลยยืนยันปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมสู้คดีเต็มที่
วันที่ 7 มี.ค.69 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม และพวกรวม 7 คน ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง, ฟอกเงิน และข้อหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นคดีความเสียหายมูลค่ากว่า 111 ล้านบาท จากกรณีหลอกลวง นางสาวจตุพร อุบลเลิศ หรือเจ๊อ้อย
โดยในช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัวจำเลยจำนวน 4 คน ออกจากเรือนจำ ได้แก่ ทนายตั้ม, ภรรยา, นางสุนิสา และแฟนของนางสุนิสา ส่วนจำเลยอีก 3 คน ประกอบด้วย พี่สาวภรรยาทนายตั้มและ 2 เจ้าหน้าที่สาวโชว์รูมรถเบนซ์ได้รับการประกันตัวระหว่างสู้คดีแล้ว นายษิทราถูกนำตัวเข้ามาในห้องพิจารณาคดีในชุดผู้ต้องขัง รูปร่างซูบผอมลง และทักทาย ในขณะที่ภรรยาดูหน้าตาสดใสกว่าเดิม และได้เดินเข้าไปนั่งใกล้ๆ ก่อนที่ทนายความจะเข้าไปพูดคุยด้วย
วันนี้ มีทีมทนายความจากทั้งฝ่ายนายษิทรา จำเลยร่วม และฝ่ายของนางสาวจตุพร มาร่วมกันกำหนดบัญชีพยาน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการตรวจพยานหลักฐาน นอกจากนี้ ยังมีญาติของจำเลยมาร่วมฟังการพิจารณาคดีด้วยเช่นกัน รวมถึงนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ที่เดินทางมาให้กำลังใจทนายตั้ม
ต่อมาเวลาประมาณ 12.00 น. ศาลได้มีคำสั่งเลื่อนการตรวจพยานหลักฐานในคดีนี้ออกไปเป็น วันที่ 28 เมษายน เวลา 09.00 น. เนื่องจากเอกสารหลักฐานในคดีนี้มีจำนวนมากประมาณ 9,000 กว่าหน้า ทำให้พนักงานอัยการและทีมทนายความของจำเลยยังพิจารณาไม่ครบถ้วน
นายเริงยศ ทรัพย์เงินทอง ทนายความของภรรยาทนายตั้ม ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ตนได้มีโอกาสพูดคุยกับทั้งนายษิทราและภรรยาแล้ว โดยทั้งคู่และจำเลยอีก 5 คน ยังคงยืนยันให้การ "ปฏิเสธ" ทุกข้อกล่าวหา และพร้อมที่จะต่อสู้คดีตามเอกสารที่มีอยู่สำหรับเรื่องการยื่นประกันตัวนั้น ทีมทนายความกำลังพิจารณาช่วงเวลาที่เหมาะสมอีกครั้งหนึ่ง แล้วจึงจะตัดสินใจว่าจะยื่นขอประกันตัวนายษิทราและภรรยาหรือไม่ ซึ่งยืนยันว่าทั้งสองคนยังมีกำลังใจดี และพร้อมที่จะต่อสู้คดีต่อไป








