วันที่ 27 กุมภาพันธ์ นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย มีบันทึกจากนายกสมาคมทนายความฯ กรณี กกต.แจ้งความดำเนินคดีประชาชนจากการสังเกตการณ์การลงคะแนนการเลือกตั้งที่เขตคันนายาว เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ มีการถ่ายภาพเห็นบัตรเลือกตั้ง ถอดรหัสการนับคะแนน เพื่อพิสูจน์ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ลับ
เบื้องต้น กกต.ดำเนินคดี 6 ราย ประกอบด้วย นายธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม, นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO ของ Domecloud ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยี blockchain, นายชัยพนธ์ ชวาลวณิชชัย หรือครูชัย เจ้าของแฟนเพจ M.I.B Marketing In Black, นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง, นายพริษฐ์ วัชรสินธ์ โฆษกพรรคประชาชน และนายทรงพล เรืองสมุทร หัวหน้าช่างภาพ spaceba ในความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง 2560 มาตรา 66 วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 มาตรา 209 หรืออั้งยี่ มาตรา 322 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา14
บันทึกดังกล่าวระบุว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 25 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย นอกจากที่บัญญัติคุ้มครองไว้เป็นการเฉพาะในรัฐธรรมนูญแล้ว การใดที่มิได้ห้ามหรือจำกัดไว้ในรัฐธรรมนูญหรือในกฎหมายอื่น บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพที่จะทำการนั้นได้และได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ
การจัดการเลือกตั้งต้องเป็นไปโดยเปิดเผยและโปร่งใส ยกเว้นการออกเสียงลงคะแนนเท่านั้นที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้เป็นไปโดยลับ การที่ประชาชนติดตั้งกล้องหรือถ่ายภาพเพื่อติดตามการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ของ กกต.จึงเป็นการตรวจสอบการทำงานอันเป็นการใช้อำนาจรัฐของ กกต.
ประชาชนมิได้ตรวจสอบการออกเสียงลงคะแนนของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การตรวจสอบดังกล่าวโดยประชาชนจึงไม่ถูกจำกัดโดยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ทั้งมิได้เป็นการขัดขวางการจัดการเลือกตั้งหรือเป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของ กกต.และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การกระทำดังกล่าวจึงเป็นสิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 25 วรรคหนึ่ง
การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐที่นอกจากจะเป็นสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทยที่ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแล้ว ยังเป็นไปตามแนวนโยบายแห่งรัฐตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 78 ความว่า “รัฐพึงส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศด้านต่างๆ ฯลฯ การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ” การกระทำของประชาชนที่ตรวจสอบการจัดการเลือกตั้งของ กกต. จึงชอบด้วยรัฐธรรมนูญและไม่ขัดต่อกฎหมาย
ดังนั้น การที่ กกต.ไปแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับประชาชนที่ตรวจสอบการทำงานของ กกต.จึงเป็นการกระทำที่น่าละอาย เพราะประชาชนมิได้ขัดขวางการเลือกตั้งซึ่งพยานหลักฐานที่ยืนยันความข้อนี้คือ ไม่มีประชาชนผู้ใดไปร้องทุกข์เพราะถูกขัดขวางการเลือกตั้งแต่อย่างใด การกระทำของ กกต.จึงไม่เคารพสิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ทั้งยังเป็นผู้จ่ายภาษีเป็นเงินเดือนและค่าใช้จ่ายให้ กกต.ทำงาน
ฉะนั้น การกระทำของ กกต.จึงเข้าข่ายลักษณะเป็นการกลั่นแกล้งและข่มขู่ประชาชนให้เกิดความกลัวและหวาดระแวงในการใช้สิทธิในการตรวจสอบดังกล่าว ตลอดจนใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือปิดปากประชาชน อันเป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 25 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 78 แต่ประชาชนกลับไม่มีอำนาจถอดถอน กกต. เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้โกงเอาอำนาจของประชาชนไป
จึงขอประณามการกระทำของ กกต. และขอเรียกร้องให้สมาชิกรัฐสภาได้ปกป้องสิทธิและเสรีภาพพร้อมกับคืนอำนาจให้กับประชาชน ด้วยการเร่งจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อันเป็นเจตนารมณ์ของประชาชนตามผลการประชามติ ให้ประชาชนมีอำนาจถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรต่างๆ ที่ใช้อำนาจของประชาชนโดยมิชอบได้... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.matichon.co.th/politics/news_5613279








