ภักดี วีระรัตน์ / รายงาน
เตือนภัยถึงความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนของ"วัฒนธรรมอำนาจนิยม" และการใช้อิทธิพลนอกกฎหมายที่ฝังรากในโครงสร้างการเมืองท้องถิ่นและระดับประเทศเป็นสาเหตุและปัจจัยที่ทำให้ปัญหายังคงอยู่ระบบอุปถัมภ์ลูกน้องหรือ เด็กปั้นรู้สึกว่ามี เกราะคุ้มกัน จากเจ้านายทำให้กล้าตัดสินใจใช้ความรุนแรงเพราะเชื่อว่าเจ้านายเคลียร์คดีให้ แม้ว่าการเลือกปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ในบางพื้นที่ เจ้าหน้าที่รัฐอาจเกรงใจนักการเมือง ทำให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างล่าช้า หรือพยายามไกล่เกลี่ยให้ยอมความแทนที่จะดำเนินคดีตามกฎหมาย
ปัญหาการข่มขู่พยานชาวบ้านที่ถูกกระทำมักไม่กล้าเอาเรื่องเพราะกลัวการคุกคามในระยะยาว เนื่องจากต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่เดียวกันกับกลุ่มอิทธิพล หากตกเป็นข่าวดัง เจ้านายมักจะ "ตัดหางปล่อยวัด" เพื่อรักษาฐานเสียงของตัวเองไว้ นี่คือจุดที่ชาวบ้านสามารถใช้ต่อสู้เพื่อความยุติธรรม ในทางกฎหมายอาญา มาตรา 295 (ทำร้ายร่างกาย) หรือ มาตรา 309 (ข่มขืนใจผู้อื่น) ไม่สามารถยอมความได้หากมีความรุนแรงถึงระดับหนึ่ง แม้นักการเมืองจะอยากช่วยแค่ไหน แต่ถ้ากระแสสังคมกดดัน กฎหมายจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น
ล่าสุดกเมื่อวันที่ 2 ก.พ.69 เวลาประมาณ 23.00 น.ขณะที่นายจี ชัม ชั่ง (Mr.CHY CHHAIMCHHOENG) อายุ 25 ปี เลิกจากงานที่แคมป์คนงานซอยไอยรา 38 ขับรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟทะเบียน 1 กฏ-3613 ปทุมธานี เพื่อมุ่งหน้ากลับที่พักหมู่บ้านพฤกษา 40 คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ขณะที่ขับขี่มาตามถนนเลียบคลองสาม ขับผ่านรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ 1 คัน และรถ จยย. ทั้งสองคันโดยมีหญิงสาวนั่งช้อนท้ายมาด้วย เมื่อขับขี่ผ่านไป ปรากฏว่ารถจกัรยานยนต์ทั้งสองคันนั้น ขับขี่ตามเข้ามาด้วยความเร็ว ตามเจ้าไปในถนนหมู่ บังคับให้จอดรถตรงหน้าสำนักงาน ทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อน เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตรายเพราะทีาจับตามมาเปิดสัญญาณไฟวัววาบ เมื่อจอดรถจึงถูกคนร้ายผู้ขับรถจักรยานยนต์ทั้งสองคัน.ลงมารุมทำร้ายทั้งเตะต่อยตามใบหน้าและศีรษะเหมือนถูกของแข็งเลือดไหลอาบใบหน้า และตามลำตัวมีรอยฟอกช้ำได้รับบาดเจ็บ
นายจี กล่าวว่าผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ทั้งสองคันอ้างว่าตนเป็นตำรวจโดยคนหนึ่งใส่ชุดธรรมดาทั่วไป ส่วนอีกคนใส่ชุดครึ่งท่อนคล้ายตำรวจใส่ กล่าวหาว่าตนมีพิรุธจึงเรียกให้จอดรถ ก่อนลงมือทำร้าย หลังเกิดเหตุจึงนายจ้างทราบ และออกมาช่วยเหลือ จากกานสอบถาม รปภ.หมู่บ้านภัสสร 2 ทราบว่าหนึ่งในผู้ก่อเหตุ ที่อ้างตัวว่าตำรวจโนงพักคลองหลวง ทราบชื่อภายหลังนายกอล์ฟ เป็นคนขับรถให้กับนักการเมืองท้องถิ่น ในจังหวัดปทุมธานี เคยเห็นทั้งสองคนขับขี่รถจักรยานยนต์อยู่บ่อยๆเข้าใจว่าเป็นตำรวจจริงเหมือนกัน ต่อมานายจ้างพาไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลหมอเย็บที่บริเวณศรีษะจำนวน3เข็ม จากนั้นเข้าแจ้งความกับพ.ต.ท.ศิโรจน์ แนบเนียน รอง ผกก.(สอบสวนพนักงานสอบสวน) สภ.คลองหลวงจ.ปทุมธานี เพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
ปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ปัจจุบัน เกิดขึ้นได้อยู่ตลอดเวลา หากปราศจาก คาดว่าระมัดระวัง มหันตภัยย่อมมาถึงตัวได้เสมอ เหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น อยู่ใน พื้นที่ สภคลองหลวงจังหวัดปทุมธานี งานนี้ ชุดสืบสวน ทราบตัวผู้ต้องหา อยู่ระหว่างดำเนินการ จับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย







