SudoC เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทยโดย Innowaita Lab และ SMTIA ดันสู่ Health Tech เจาะตลาด Preventive Health พร้อมเปิดตัว Vital Blueprint พิมพ์เขียวสุขภาพเฉพาะบุคคล ชู SudoC นวัตกรรมวิเคราะห์สุขภาพเชิงลึก ตอบโจทย์ Preventive Health, Personalized Health และ Longevity
เพราะ Wellness Economy เติบโตอย่างต่อเนื่อง บริษัท อินโนไวต้า แล็บ จำกัด (Innowaita Lab) ร่วมกับ สมาคมนวัตกรรมท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ยั่งยืน (SMTIA) จัดงาน SudoC Grand Opening & Wellness Innovation Seminar เปิดตัว SudoC เทคโนโลยีวิเคราะห์สุขภาพเชิงลึก อย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมนำเสนอแนวคิด Data-Driven Healthcare และ Personalized Health เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมสุขภาพยุคใหม่
การเปิดตัว SudoC ในครั้งนี้สะท้อนทิศทางของอุตสาหกรรม Health Technology Thailand ที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากการรักษาเมื่อเกิดโรค ไปสู่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Health) และการบริหารจัดการสุขภาพรายบุคคล เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตในระยะยาว (Longevity)
SudoC (ซูโด-ซี) เป็นเทคโนโลยีวิเคราะห์สุขภาพเชิงลึกที่ใช้การประเมิน Sudomotor Function และ C Fiber Function ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของระบบประสาทอัตโนมัติ (Autonomic Nervous System) ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกาย
จาก EIS สู่ SUDOC เทคโนโลยีประเมินสุขภาพแห่งอนาคต : เทคโนโลยีที่ต่อยอดจาก EIS ซึ่งถูกคิดค้นโดย ดร. อัลเบิร์ต มาอาเร็ค (Dr. Albert Maarek) ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทสรีรวิทยาชาวฝรั่งเศส โดยอาศัยการวิเคราะห์สัญญาณทางชีวไฟฟ้าและข้อมูลทางสรีรวิทยา เพื่อสะท้อนสมดุลและการทำงานของระบบต่างๆ ภายในร่างกาย
SudoC สามารถช่วยสะท้อนความสมดุลของระบบต่าง ๆ และค้นหาสัญญาณความเสื่อมของร่างกายในระยะเริ่มต้น เพื่อสนับสนุนแนวทางการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การวางแผนสุขภาพเฉพาะบุคคล (Personalized Health) และการส่งเสริมคุณภาพชีวิตในระยะยาว
นอกจากนี้ SudoC ยังเป็นเทคโนโลยีในกลุ่มการประเมินสุขภาพ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เลขทะเบียน 69-2-2-2-0002893 และพร้อมขยายการใช้งานสู่โรงพยาบาล คลินิก Wellness, Functional Medicine, Anti-Aging และ Longevity Medicine ทั่วประเทศ
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญภายในงาน คือการเปิดตัว Vital Blueprint หรือ “พิมพ์เขียวสุขภาพเฉพาะบุคคล” แนวคิดการวางแผนสุขภาพเชิงลึกที่รวบรวมข้อมูลสุขภาพจากหลากหลายมิติ เพื่อช่วยให้บุคคลสามารถเข้าใจสุขภาพของตนเองได้มากขึ้น วางแผนดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม และสร้างเป้าหมายด้าน Longevity หรือการมีสุขภาพดีในระยะยาว
ภายในงาน คุณศิริญา เทพเจริญ ผู้บริหาร Genesenn ผู้นำด้านการพัฒนาแพลตฟอร์มสุขภาพเชิงป้องกัน ได้ร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์เกี่ยวกับมาตรฐานการดูแลสุขภาพแห่งอนาคต และแนวทางการยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์
นอกจากนี้ยังมีการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “SudoC Innovation Session” โดย นพ.สุจิตร บัญญัติปิยะพจน์ ซึ่งนำเสนอศักยภาพของ SudoC ต่อการดูแลสุขภาพยุคใหม่ รวมถึงหัวข้อ “SME & Wellness Economy : Scaling Wellness Business for Sustainable Growth” โดย ศาสตราจารย์ ดร.ภัทราวดี ภัทรนิยม ที่สะท้อนโอกาสทางธุรกิจของ Wellness Economy ซึ่งกำลังกลายเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลก
ภายในงานยังมีการสาธิตการใช้งาน SudoC แบบ Real Time (Live Demonstration) พร้อมนำเสนอ Clinical Case Study เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้เห็นแนวทางการประยุกต์ใช้ SudoC ในสถานพยาบาล คลินิกสุขภาพ และธุรกิจ Wellness อย่างเป็นรูปธรรม
เพราะ Wellness Economy และ Longevity กำลังเป็น New Growth Engine ของโลกปัจจุบันอุตสาหกรรม Wellness Economy, Preventive Health, Personalized Health และ Longevity Medicine กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก จากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงรุกมากขึ้น
คุณศิริญา เทพเจริญ ผู้บริหารฯ ได้กล่าวว่า “การเปิดตัว SudoC ไม่ได้เป็นเพียงการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่เข้าสู่ประเทศไทย แต่ยังสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของระบบสุขภาพจากการรักษาโรค ไปสู่การบริหารจัดการสุขภาพเชิงป้องกัน ซึ่งจะเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจสุขภาพในอนาคต และ SudoC ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน สนับสนุนการเติบโตของ Wellness Economy และช่วยให้ผู้คนสามารถรับรู้ความเสี่ยงด้านสุขภาพของตนเองได้เร็วขึ้น ผ่านข้อมูลและเทคโนโลยีที่มีความแม่นยำมากขึ้น”
ผู้บริหารยังมองว่า SudoC และเทคโนโลยี Health Tech จะมีบทบาทสำคัญต่อโรงพยาบาล คลินิกเวชศาสตร์ชะลอวัย ศูนย์สุขภาพ องค์กรด้าน Employee Wellness รวมถึงอุตสาหกรรม Medical & Wellness Tourism ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการแข่งขันระดับนานาชาติ
การจัดงาน SudoC Grand Opening & Wellness Innovation Seminar จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้าง Ecosystem ด้าน Health Tech และ Wellness Innovation ของไทย พร้อมเชื่อมโยงองค์ความรู้ระหว่างภาคการแพทย์ นักวิชาการ ผู้ประกอบการ และนักลงทุน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น Medical & Wellness Hub ของภูมิภาคในอนาคต








