วันที่ 5 มิ.ย.69 สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA) ร่วมรณรงค์หยุดความเชื่อที่ต้องแลกด้วยชีวิตสัตว์ เช่นการ ตัดเขี้ยวพยูน เพื่อทำยาเสน่ห์ การล่าเสือเพื่อนำเขี้ยวหรือหน้าผากเสือ มาทำเครื่องรางเสริมอำนาจตบะบารมี การฆ่างูเพื่อนำเดือยงู มาเสริมเสน่ห์ เสี่ยงโชค และเรียกทรัพย์สินเงินทอง การล่าหมูป่า เพื่อนำเขี้ยว มาเสริมเรื่องคงกะพันชาตรี เป็นต้น
ดร.สาธิต ปรัชญาอริยะกุล เลขาธิการและผู้อำนวยการ TSPCA เห็นว่า การฆ่า การล่าแล้วนำชิ้นส่วนบางอย่างของสัตว์เหล่านั้น มาทำเครื่องรางของขลัง แม้เป็นความเชื่อที่มีมายาวนาน แต่วันเวลาก็ได้พิสูจน์ความจริงบางประการ ว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เครื่องรางแห่งโชคลาภ แต่คือร่องรอยของความเจ็บปวด และการสูญเสียชีวิตของสัตว์ผู้บริสุทธิ์ สัตว์ทุกตัวล้วนมีสิทธิ์ที่จะมีชีวิตอยู่ในธรรมชาติในสภาพแวดล้อม มีอิสรภาพ และมีคุณค่าในตัวเอง ตามระบบนิเวศวิทยา ไม่ควรมีสัตว์ตัวใดควรถูกล่า ถูกทรมาน หรือถูกฆ่า เพียงเพื่อนำอวัยวะของพวกมันไปทำเป็นของขลัง วัตถุมงคลหรือเครื่องรางทางไสยศาสตร์
เพราะทุกการซื้อขาย คือการสร้างความต้องการ ทุกความต้องการ คือแรงผลักดันให้เกิดการล่าเพิ่มขึ้น ดังนั้น TSPCA จึงรณรงค์ให้ “ไม่ซื้อ ไม่สะสม ไม่สนับสนุน” การค้าอวัยวะสัตว์ที่เป็นต้นทางแห่งการทารุณกรรมสัตว์ที่ไม่จำเป็น
ขอให้ร่วมกันส่งต่อความเชื่อที่ตั้งอยู่บนความเมตตาธรรมต่อสรรพสัตว์น้อยใหญ่ การไม่ฆ่า ไม่เบียดเบียนชีวิต ไม่ใช้ความทุกข์ทรมานของชีวิตสัตว์อื่นเพื่อเสริมพลังอำนาจที่ไม่ถูกต้อง อีกทั้งสัตว์เหล่านั้น หลายชนิดเป็นสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ซึ่งใกล้จะสูญพันธุ์และการล่านั้น เป็นการทำลายระบบนิเวศอย่างยิ่ง ถ้าผู้ใดล่า ผู้ใดค้าและผู้ใดครอบครอง ย่อมเป็นการฝ่าฝืนละเมิดกฎหมายมีโทษทางอาญา และถ้าเป็นการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่จำเป็นก็มีโทษทางอาญา อีกด้วย เช่นกัน
ดังนั้นจึง ขอความ“เมตตาต่อทุกชีวิต หยุดความเชื่อที่ต้องแลกด้วยชีวิต หยุดการทารุณกรรม” เพราะ เขี้ยวหนึ่งซี่ หนังหนึ่งผืน อวัยวะหนึ่งชิ้น ล้วนมีราคาที่ต้องจ่าย และผู้จ่ายราคานั้น คือสัตว์ที่ไม่มีโอกาสเลือก
“หยุดซื้อ หยุดเชื่อ หยุดสนับสนุน” เพราะความศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรถูกสร้างขึ้นจากความเจ็บปวดและความตาย หยุดความเชื่อที่ต้องแลกด้วยชีวิตด้วยการทารุณสัตว์อันไม่สมควรเช่นนี้








