สกสค. เดินหน้าต่อเนื่องเรื่องติดตามทรัพย์สินคืนจากการได้รับความเสียหาย ให้กลับมาใช้ประโยชน์ เพื่อสวัสดิการและสวัสดิภาพครูฯ ดร.พีระพันธ์ เหมะรัต เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. ได้มอบหมายให้ ดร.ดิศกุล เกษมสวัสดิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. ดำเนินการติดตามทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายคืนอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในคดีสำคัญ คือ คดีที่สำนักงานฯ ได้รับความเสียหายจากการนำเงินไปซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินกับบริษัทบิลเลี่ยน อินโนเวทเท็ด กรุ๊ปจำกัด ซึ่งศาลได้พิพากษาถึงที่สุดแล้ว และต่อมาสำนักงานฯ ได้มีการเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้น จนได้รับกลับคืนมาบ้างแล้วบางส่วน โดยสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ได้รับเงินจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มาแล้วเป็นเงินทั้งสิ้น 136,904,707.69 บาท
นอกจากนี้ยังมีคดีที่ต้องเดินหน้าต่อจากกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ได้นำเงินกองทุนสนับสนุนพิเศษภายใต้โครงการเงินกู้ ช.พ.ค. จำนวน 800 ล้านบาท ไปทำสัญญาร่วมลงทุนโครงการไฟฟ้า พลังงานขยะชุมชน กับ บริษัทหนองคายน่าอยู่ จำกัด ต่อมาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ชี้มูลความผิดคณะกรรมการกองทุนฯ และบริษัทฯ โดยได้ฟ้องคดีต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ในการนี้ศาลมีคำพิพากษาให้ลงโทษผู้กระทำผิด และเห็นว่าหากสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ไม่ได้รับค่าตอบแทนตามสัญญาก็ต้องดำเนินการเป็นคดีแพ่งฐานผิดสัญญากับบริษัทฯ ต่อไป
จากสัญญากำหนดให้บริษัทฯ ต้องจ่ายค่าตอบแทนให้กับสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ตามระยะเวลาที่กำหนดแต่ไม่ได้ดำเนินการตามสัญญา จึงได้มีหนังสือติดตามทวงถามไป 6 ครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้รับการชำระหนี้จากบริษัทฯ สำนักงานจึงได้มอบอำนาจให้อัยการสูงสุด โดยสำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีแพ่ง ยื่นฟ้องคดีต่อบริษัทหนองคายน่าอยู่ จำกัด เพื่อเรียกค่าตอบแทนตามสัญญาดังกล่าวแล้ว รวมเป็นเงิน 361,673,860 บาท
การติดตามคดีที่ฟ้อง การสืบทรัพย์ที่พึงได้การขยายผลการดำเนินการต่อผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดในคดีต่าง ๆ ที่สร้างความเสียหายให้แก่สำนักงานคณะกรรมการ สกสค. จะดำเนินการต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้เงินของสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. กลับมาใช้ประโยชน์เพื่อสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามเจตนารมณ์ต่อไป








