สอวช. ผนึกภาคอุตสาหกรรมไทยและสากล ปั้นบุคลากรอิเล็กทรอนิกส์ไทยสู่มาตรฐานโลก ดัน Workforce Pavilion ใน THECA 2026 เป็นศูนย์กลางคน-ทักษะ-อุตสาหกรรม
ประเทศไทยเร่งขยับยุทธศาสตร์พัฒนากำลังคนรองรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงและเซมิคอนดักเตอร์ หลังภาคอุตสาหกรรมส่งสัญญาณชัดว่า ความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคตไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีโรงงานหรือเครื่องจักรเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับ “คน” ที่มีทักษะตรงตามมาตรฐานสากล และสามารถทำงานในห่วงโซ่อุปทานโลกได้จริง
สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ สอวช. ร่วมกับสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย (THPCA) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร และสมาคมอิเล็กทรอนิกส์ระดับโลก หรือ Global Electronics Association (GEA : IPC) จัดโครงการ Student-to-Industry Pathway Program (Pilot Workshop) เพื่อเชื่อมโยงนักศึกษากับภาคอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านการเรียนรู้ภาพรวมอุตสาหกรรม มาตรฐานสากล ทักษะอาชีพ และการฝึกปฏิบัติจริง
โครงการดังกล่าวถือเป็นต้นแบบของการพัฒนากำลังคนแบบใหม่ ที่ไม่ได้เริ่มจากหลักสูตรในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มจากความต้องการจริงของภาคอุตสาหกรรม ก่อนนำมาจัดทำเส้นทางการเรียนรู้ให้ผู้เรียนสามารถก้าวเข้าสู่โรงงานและสายการผลิตได้อย่างมั่นใจ
นางสาวภาณิศา หาญพัฒนนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายนวัตกรรมอุดมศึกษาและการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต สอวช. กล่าวว่า สอวช. ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างความต้องการกำลังคนของภาคเอกชนกับระบบการศึกษา โดยไม่ได้พิจารณาเพียงจำนวนแรงงานที่ตลาดต้องการ แต่ลงลึกถึงตำแหน่งงานและทักษะที่จำเป็นในแต่ละอุตสาหกรรม
ทั้งนี้ สอวช. ได้ผลักดันแนวทาง Higher Education Sandbox เพื่อเปิดทางให้มหาวิทยาลัยสามารถพัฒนาหลักสูตรที่ยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น หลักสูตรแบบ Module-based หรือ Sandwich Course ที่ให้นักศึกษาเรียนควบคู่กับการทำงานจริงในสถานประกอบการ สามารถสะสมหน่วยกิต ได้รับใบประกาศนียบัตร และลดช่องว่างระหว่างการเรียนกับการทำงาน
ด้าน รศ. ดร. ปานวีย์ โภไคยอุดม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร กล่าวว่า การสร้างกำลังคนให้ตอบโจทย์อุตสาหกรรมจะต้องทำให้ภาคเอกชนเห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ไม่ใช่เพียงการประกาศนโยบายหรือพูดถึงเป้าหมายในภาพรวม แต่ต้องมีความรู้ ผลงาน และใบรับรองไปแสดงให้เห็นว่า ผลิตคนได้จริง และมีระบบรองรับอย่างเป็นรูปธรรม
ขณะที่ นายภูธนา ดาวเรือง ผู้จัดการทั่วไป สมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย กล่าวว่า THPCA ทำหน้าที่สะท้อนความต้องการจากฝั่งอุตสาหกรรม เพื่อให้ภาครัฐและภาคการศึกษาเห็นภาพชัดเจนว่า ผู้ประกอบการต้องการกำลังคนแบบใด จำนวนเท่าใด และควรมีทักษะอะไร โดยเฉพาะในกลุ่ม PCB, PCBA, อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง และเซมิคอนดักเตอร์
มิติสำคัญของโครงการนี้คือการนำมาตรฐาน IPC เข้ามาเป็นแกนกลางในการยกระดับทักษะบุคลากรไทย โดย Mr. Raj Tiwari, Country Manager Thailand, Global Electronics Association (GEA:IPC) ระบุว่า มาตรฐาน IPC เป็นมาตรฐานที่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ระดับโลกให้การยอมรับ และถูกใช้โดยบริษัทชั้นนำทั่วโลกมายาวนานกว่า 70 ปี ครอบคลุมตั้งแต่การผลิตแผ่นวงจร การประกอบชิ้นส่วน ไปจนถึงการออกแบบ โดยมาตรฐาน IPC มีความแตกต่างจากมาตรฐานด้านระบบบริหารจัดการทั่วไป เพราะเป็นมาตรฐานที่ชี้วัดทักษะของบุคลากรโดยตรง
“หลายคนอาจนึกถึง ISO เมื่อพูดถึงคุณภาพ แต่ ISO คือเรื่องของเอกสารและระบบการจัดการ ขณะที่ IPC คือสิ่งที่ยืนยันว่า พนักงานของคุณมีทักษะและมาตรฐานการทำงานในระดับสากลจริง” Mr. Raj กล่าว
หากผู้ผลิตไทยต้องการดึงดูดคำสั่งซื้อจากแบรนด์ระดับโลก เช่น Apple, IBM, Samsung, Boeing หรือกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูง การมีบุคลากรที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน IPC จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าต่างชาติ
นอกจากนี้ มาตรฐาน IPC ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น อุปกรณ์การแพทย์ อากาศยาน ยานยนต์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องมีความทนทานระยะยาว โดยเฉพาะชิ้นส่วนระดับ Level 3 ซึ่งต้องมีความน่าเชื่อถือสูงและไม่สามารถเกิดความผิดพลาดได้
ความร่วมมือครั้งนี้ยังจะต่อยอดไปสู่เวที Workforce Pavilion ภายในงาน Thailand Electronics Circuit Asia 2026 หรือ THECA 2026 งานแสดงสินค้าและบริการด้านวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 สิงหาคม 2569 ณ ฮอลล์ 98-99 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ
Workforce Pavilion จะเป็นพื้นที่กลางด้านกำลังคนของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โดยมี สอวช. เป็นแกนหลัก ร่วมกับ สมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน มหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ และภาคเอกชน เพื่อรวบรวมหลักสูตร สิทธิประโยชน์ มาตรการสนับสนุน เส้นทางอาชีพ และมาตรฐานสากลไว้ในพื้นที่เดียว
ภายใน Pavilion จะมี 1) การนำเสนอสิทธิประโยชน์ด้านกำลังคน เช่น มาตรการสนับสนุนจาก BOI และมาตรการภาษีจากภาครัฐ 2) การนำเสนอหลักสูตร Upskill Reskill การอบรม และประกาศนียบัตรด้านอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์จากสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อพัฒนาคนที่ตอบโจทย์การลงทุน 3) ตลาดอาชีพ เปิดโอกาสให้บริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ได้มีโอกาสพบกับ Talent รุ่นใหม่และผู้เชี่ยวชาญในภาคอุตสาหกรรม ตอบโจทย์ความต้องการด้านบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมที่กำลังขาดแคลน
Workforce Pavilion จึงไม่ใช่เพียงพื้นที่จัดแสดงข้อมูลด้านแรงงาน แต่เป็น “จุดเชื่อมต่อ” ระหว่างห้องเรียน โรงงาน ภาครัฐ และตลาดโลก ช่วยให้ภาคเอกชนเห็นความพร้อมของกำลังคนไทย ขณะที่เยาวชนไทยเห็นอนาคตของตนเองในอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต
นักศึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญสามารถเข้าร่วมงาน Workforce Pavillion ได้ที่งาน THECA 2026 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ https://thecaregistrations.com/Registration/ChooseTypeRegis.aspx?codeInv=THECA2
ในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์กลายเป็นสมรภูมิการแข่งขันของหลายประเทศ การสร้างคนที่มีทักษะและมาตรฐานสากลจึงเป็นหัวใจสำคัญ หากประเทศไทยสามารถยกระดับกำลังคนได้ทันต่อความต้องการของตลาด โอกาสในการดึงดูดการลงทุน คำสั่งซื้อ และเทคโนโลยีขั้นสูงก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย








