กระทรวงคมนาคมเดินหน้าแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยแบบบูรณาการ! ตัวแทนเครือข่ายชุมชนทั่วประเทศเข้าหารือและขอบคุณ "พิพัฒน์ รัชกิจประการ" หลังภาครัฐรับฟังปัญหาและเข้าใจวิถีชีวิตชาวบ้านอย่างแท้จริง พร้อมกางแผนยุทธศาสตร์ร่วมกับ พอช. ทุ่มงบกว่า 7.7 พันล้านบาท เดินหน้ามอบสัญญาเช่าที่ดิน รฟท. ระยะยาว 30 ปี มุ่งเป้าพลิกฟื้นและสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยให้ประชาชนกว่า 2.7 หมื่นครัวเรือนทั่วประเทศ
วันที่ 29 เมษายน 2569 ตัวแทนภาคประชาชนจากหลากหลายเครือข่ายทั่วประเทศ อาทิ เครือข่ายชุมชนริมรางรถไฟ (ชมฟ.) เครือข่ายสลัมสี่ภาค เครือข่ายเมืองย่าโม และเครือข่ายนครศรีตรัง ได้ขอเข้าพบ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อแสดงความขอบคุณที่ภาครัฐมีความเข้าใจถึงชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน พร้อมทั้งร่วมหารือกลไกการติดตามการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของชุมชนในที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยมี ดร.รัชพงศ์ ชูแก้ว เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย พร้อมคณะผู้บริหาร รฟท. เข้าร่วมรับฟัง ณ ห้องประชุมราชรถ 1 กระทรวงคมนาคม
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาโครงการความร่วมมือระหว่าง รฟท. และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ปัจจุบันสามารถอนุมัติสัญญาเช่าที่ดินให้ชุมชนไปแล้วถึง 64 ชุมชน รวม 3,121 ครัวเรือน โดยกระจายความช่วยเหลือลงลึกไปยังหลากหลายภูมิภาคทั่วประเทศ เช่น สงขลา ตรัง สุราษฎร์ธานี ขอนแก่น เชียงใหม่ พิษณุโลก รวมถึงกรุงเทพมหานคร
หากนับภาพรวมตั้งแต่ปี 2566 ถึงปัจจุบัน รฟท. ได้จัดทำสัญญาเช่าที่ดินเพื่อดำเนินโครงการบ้านมั่นคงไปแล้วทั้งสิ้น 5,518 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 20.5 จากกลุ่มเป้าหมายผู้เดือดร้อนทั้งหมด 27,084 ครัวเรือน ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกที่สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลเอาจริงเอาจังกับการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ
สำหรับการยกระดับการช่วยเหลือในระยะต่อไป กระทรวงคมนาคม ได้ให้ความสำคัญสูงสุดกับกลุ่มเป้าหมายใน 35 จังหวัด รวม 300 ชุมชน ที่ได้รับผลกระทบจากการลุยพัฒนาเมกะโปรเจกต์ระบบรางทั่วประเทศ (โครงการรถไฟทางคู่ และรถไฟฟ้าความเร็วสูง) โดยได้วางกรอบการทำงานเชิงรุก 4 ด้าน ดังนี้ อัดฉีดงบสานต่อแผน 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570): เดินหน้าโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยร่วมกับ พอช. ภายใต้งบประมาณ 7,718 ล้านบาท ตามแผนแม่บท 20 ปี สนับสนุนให้ชุมชนเช่าที่ดินจาก รฟท. อย่างถูกต้องตามกฎหมายในระยะยาวถึง 30 ปี เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิต (สำหรับพื้นที่ที่ไม่อยู่ในเขตโครงการก่อสร้าง) และกรณีพื้นที่เดิมมีความจำเป็นต้องถูกรื้อย้าย รัฐบาลจะไม่อทอดทิ้ง โดยจะเร่งจัดหาพื้นที่รองรับใหม่ที่เหมาะสมเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยทดแทน ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการดูแลจัดหาที่ดินใหม่ให้แก่ 11 ชุมชน โดยที่ประชุมได้พิจารณาร่างคำสั่งแต่งตั้ง "คณะกรรมการกำกับและติดตามการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของชุมชนในที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย" เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง กำหนดมาตรการเยียวยา และติดตามผลการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทุกปัญหาของชาวบ้านได้ข้อยุติโดยเร็วที่สุด








