การผ่าตัดสะโพก ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดดามกระดูกหรือการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม เป็นการรักษาที่ทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกกังวลใจ จึงมักมีคำถามว่าผ่าตัดสะโพกผู้สูงอายุพักฟื้นกี่วัน ซึ่งโดยปกติแล้วระยะเวลาการพักฟื้นในโรงพยาบาลจะอยู่ที่ประมาณ 5-7 วัน แต่กระบวนการฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาเดินได้มั่นคงและแข็งแรงเหมือนเดิมนั้นต้องอาศัยการดูแลต่อเนื่องอย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนและยืดอายุการใช้งานของข้อเทียมให้ยาวนานที่สุด ซึ่งโรงพยาบาลจุฬารัตย์ 9 แอร์พอร์ต ได้ให้ข้อมูลการผ่าตัดสะโพกและแนวทางการฟื้นฟูตัวเองหลังผ่าตัดไว้ ดังนี้
7 ข้อห้ามและข้อควรระวังสำคัญในระยะแรก (0-3 เดือนแรก)
ในช่วงแรกหลังผ่าตัดกล้ามเนื้อรอบข้อสะโพกยังไม่แข็งแรงพอที่จะยึดข้อเทียมให้อยู่กับที่ได้ 100% ดังนั้นการระมัดระวังท่าทางจึงเป็นหัวใจสำคัญเพื่อป้องกันข้อสะโพกหลุด
ห้ามงอสะโพกเกิน 90 องศา หลีกเลี่ยงการนั่งเก้าอี้เตี้ย นั่งยอง ๆ หรือนั่งพับเพียบ
ห้ามไขว่ห้าง ไม่ว่าจะท่านั่งหรือท่านอน ห้ามนำขาข้างที่ผ่าตัดมาไขว้ทับอีกข้างเด็ดขาด
ห้ามก้มหยิบของ การโน้มตัวลงหยิบของที่พื้นในขณะยืนหรือนั่งจะทำให้มุมสะโพกแคบเกินไป
การนอนที่ถูกต้อง ควรนอนหงายโดยมีหมอนอิงใบใหญ่รองกั้นระหว่างขาทั้งสองข้างเสมอ เพื่อป้องกันขาหุบเข้าหากัน
การลุกนั่ง ควรเลือกเก้าอี้ที่มีพนักพิงและที่วางแขน เพื่อช่วยพยุงตัว และมีเบาะสูงพอที่เข่าจะไม่ไม่อยู่สูงกว่าสะโพก
เลี่ยงการหมุนตัวเร็ว ห้ามบิดตัวหรือหันปลายเท้าเข้าด้านในอย่างรวดเร็ว
การใช้ห้องน้ำ ต้องใช้โถสุขภัณฑ์แบบชักโครกที่มีความสูงเหมาะสม หรือเสริมที่นั่งชักโครกให้สูงขึ้น ห้ามใช้ส้วมซึมเด็ดขาด
5 วิธีดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัดสะโพก
การดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัดสะโพกให้ฟื้นตัวไวและกลับมาเดินได้แข็งแรงอีกครั้ง ไม่ได้พึ่งพาเพียงการผ่าตัดของแพทย์เท่านั้น แต่การดูแลต่อเนื่องที่บ้านอย่างถูกวิธีคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยลดภาวะแทรกซ้อนและป้องกันข้อสะโพกเคลื่อนหลุด โดยอาศัย 5 เคล็ดลับสำคัญที่ทำได้ง่ายและได้ผลจริงดังนี้
การจัดสภาพแวดล้อมที่บ้านเพื่อความปลอดภัย
ควรจัดห้องนอนให้อยู่ชั้นล่างเพื่อเลี่ยงการขึ้นบันไดและจัดสิ่งของให้เป็นระเบียบเพื่อป้องกันการสะดุดล้ม เลือกเตียงนอนที่มีความสูงเหมาะสม เพื่อให้ลุกนั่งได้ง่ายโดยไม่ต้องงอสะโพกมากเกินไป ภายในห้องน้ำต้องมีราวจับและใช้โถส้วมแบบชักโครกสูง พร้อมวางแผ่นกันลื่นในจุดที่เสี่ยงต่อการเปียกน้ำ เพื่อสร้างความปลอดภัยในระหว่างที่ผู้ป่วยยังต้องใช้ไม้เท้าหรือ Walker ช่วยพยุงเดินในช่วง 2-3 เดือนแรก
ดูแลแผลผ่าตัดให้สะอาด
การรักษาความสะอาดของแผลผ่าตัดเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ควรดูแลให้แผลแห้งอยู่เสมอและห้ามให้แผลโดนน้ำจนกว่าแพทย์จะสั่งให้แกะผ้าปิดแผลหรือตัดไหม หากผ้าก๊อซหลุดหรือเปียกชื้นต้องรีบทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อตามที่โรงพยาบาลจัดให้ หมั่นสังเกตอาการผิดปกติของแผล เช่น มีเลือดหรือน้ำเหลืองซึม แผลบวมแดงร้อน หรือผู้ป่วยมีไข้สูง หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบกลับมาพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการตรวจเช็กอย่างละเอียด
จัดท่านอนให้ถูกต้อง
ท่านอนที่เหมาะสมช่วยป้องกันไม่ให้ข้อสะโพกเทียมเลื่อนหลุดในระยะแรก ผู้ป่วยควรนอนหงายโดยมีหมอนอิงใบใหญ่รองกั้นระหว่างขาทั้งสองข้างเสมอ เพื่อป้องกันการหุบขาเข้าหากันมากเกินไป หากต้องการนอนตะแคงควรปรึกษาแพทย์ก่อน โดยทั่วไปในช่วง 5-7 วันแรกห้ามนอนตะแคงทับข้างที่ผ่าตัดเด็ดขาด และเมื่อนอนตะแคงได้แล้วต้องมีหมอนรองคั่นระหว่างขาไว้ตลอดเวลา เพื่อรักษาแนวกระดูกสะโพกให้อยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากการเคลื่อนไหวที่ผิดท่าขณะหลับ
ทำกายภาพบำบัดสม่ำเสมอ
การทำกายภาพบำบัดคือปัจจัยหลักที่ช่วยให้กล้ามเนื้อรอบสะโพกกลับมาแข็งแรงและป้องกันข้อติด ผู้ป่วยควรฝึกบริหารด้วยการหายใจและออกกำลังกายท่าที่นักกายภาพแนะนำ เช่น การกระดกข้อเท้าขึ้นลงเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและป้องกันลิ่มเลือดอุดตัน เมื่อร่างกายพร้อมควรฝึกเดินด้วย Walker สม่ำเสมอตามระยะทางที่เหมาะสม การขยันฝึกฝนจะช่วยให้กล้ามเนื้อฟื้นฟูความทนทาน ทำให้ผู้ป่วยกลับมาเดินได้อย่างมั่นใจและลดอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการนอนติดเตียงนานเกินไป
รับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง
โภชนาการที่ดีช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้เร็วขึ้น ผู้ป่วยควรเน้นรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น เนื้อปลา ไข่ขาว อกไก่ และธัญพืช เพื่อช่วยเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อรอบข้อสะโพกและช่วยให้แผลผ่าตัดสมานตัวได้ไว นอกจากโปรตีนแล้วควรเสริมแคลเซียมและวิตามินดีเพื่อบำรุงกระดูกให้แข็งแรง พร้อมทั้งดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอและควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้มากเกินไป เพื่อลดภาระการแบกรับน้ำหนักของข้อสะโพกเทียมในระยะยาว
สังเกตอาการผิดปกติที่ต้องรีบมาพบแพทย์
หากพบอาการเหล่านี้ระหว่างพักฟื้นที่บ้าน ให้รีบกลับมาที่โรงพยาบาลในทันที
แผลผ่าตัดมีเลือดหรือน้ำเหลืองซึม มีอาการบวมแดงร้อน
มีไข้สูงโดยไม่ทราบสาเหตุ
ปวดสะโพกอย่างรุนแรงจนทานยาแก้ปวดแล้วไม่ทุเลา
ขาสั้นยาวไม่เท่ากันอย่างเห็นได้ชัด หรือปลายเท้าบิดผิดรูป
มีอาการปวดน่อง บวม หรือหายใจติดขัด อาการเสี่ยงต่อภาวะลิ่มเลือดอุดตัน
สรุปการดูแลให้ฟื้นตัวไว
การดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัดสะโพกไม่ใช่เพียงแค่การรับประทานยาตามสั่ง แต่คือการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการทำกายภาพอย่างสม่ำเสมอ หากผู้ป่วยมีความตั้งใจและญาติให้การดูแลอย่างใกล้ชิดตามคำแนะนำข้างต้น โอกาสที่จะกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติเหมือนเดิมก็อยู่ไม่ไกล สำหรับใครที่มีปัญหาข้อและกระดูก ที่ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต โรงพยาบาลที่พร้อมดูแลรักษาคุณ ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางและนักกายภาพบำบัด ตั้งแต่การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดจนถึงการฟื้นฟูหลังผ่าตัด เพื่อให้คุณมั่นใจในทุกย่างก้าวที่กลับมาเดินได้อีกครั้ง








