"ครูแอน" บุกค่ายทหาร มทบ.24 ลั่นต้องออกจากราชการเท่านั้น ต้นสังกัดสั่งฟันวินัย ตั้งกรรมการสอบพลทหารอาสาเก้าแล้ว คาด 1 เดือนรู้ผล แม่สาว19 โพสต์คนนินจาลูกสาวหันไปส่องกระจก อย่าตัดสินคนอื่นถ้าไม่ได้มาใช้ชีวิตร่วมกันฝากให้คิด สมองมีไว้ทำไม ครูแอนโต้กลับแต่คมบาดใจว่า "แม่ทุกคนรักลูก แต่ควรรักให้ถูกต้อง ถูกศีลธรรม"
วันที่ 22 เม.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าจากกรณี “ครูแอน” ตั้งท้อง 8 เดือนร้องขอความเป็นธรรมจากสื่อฯ สามีซึ่งเป็นทหารที่ค่ายทหารแห่งหนึ่งในจ.อุดรธานี หนีไปอยู่กับเมียน้อยวัย 19 ปี ความรัก 7 ปีต้องพังทลาย โดยครูแอนเรียกร้องให้ต้นสังกัดฟันวินัยให้ออกจากราชการ เพราะทำเจ็บช้ำใจมาก ขณะเดียวกัน น.ส.อี๊ฟ เมียน้อยวัย 19 ปีก็ออกมาโต้ครูแอน บอกพี่เก้ามีเหตุผลที่ออกมาเพราะทนอยู่กับครูแอนไม่ได้หลายเรื่องทั้งถูกครูแอนทำร้ายร่างกาย ถูกแรงกดดันจากพ่อตาและแม่ยาย และที่สำคัญคือเรื่องบนเตียง ครูแอนไม่สามารถให้พี่เก้าได้ และยอมรับหนูสนองต่อพี่เขาได้ ยืนยันหากครูแอนจะฟ้องชู้ก็ฟ้องไป เพราะเรื่องมาไกลแล้ว และจะขออยู่พี่เก้าต่อไปเพราะพี่เก้ายืนยันขอเลิกกับครูแอนอย่างหนักแน่นแล้ว
ล่าสุด ที่ มทบ.24 ครูแอนได้เดินทางไปกับผู้บังคับบัญชาของพลทหารอาสาเก้า โดยมีพันเอกอวยชัย เอกะกุล รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 24 เข้าไปพูดคุยด้วย โดยไม่อนุญาติให้สื่อมวลชนเข้าไปรับฟังด้วย โดยเวลาประมาณ 30 นาทีการพูดคุยจึงเสร็จสิ้น
ครูแอน เปิดเผยว่า จากการพูดคุยกับผู้บังคับบัญชาของสามี ท่านรับปากจะตั้งกรรมการสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้นทันที คาดว่าจะใช้เวลา 1 เดือนหากพบความผิดก็จะดำเนินการสั่งฟันวินัยอย่างแน่นอน โดยท่านได้รับปากอย่างหนักแน่น ขอบคุณท่านมากค่ะ หนูยังคงยืนยันจะต้องเอาปลดออกจากราชการให้ได้ และไม่เอาแล้วสามีคนนี้ ถามว่าคิดถึงความดีของเขาไหมก็คิดถึงที่เราอยู่ด้วยกันมา 7 ปี แต่เขาทำแบบนี้เมียน้อยก็ออกมาพูดไม่มียางอาย สามีเคยมาแบบไหนต้องกลับไปอย่างนั้น
ส่วนแม่หน่อย แม่ครูแอน บอกว่า มาวันนี้เพื่อเป็นกำลังใจให้ลูกสาว และอยากมาเห็นหน้าลูกเขยให้ชัดๆ อีกครั้งแต่ไม่เจอ ในฐานะแม่ยายที่รักเหมือนลูกคนหนึ่งตอนนี้ขอประกาศตัดขาดอย่างเป็นทางการ โดยบอกว่าความดีที่เคยทำมาให้กองทิ้งไว้ตรงนั้น จากนี้ไปไม่มีความเกี่ยวข้องกันอีก ส่วนพ่อไม่มาเพราะเห็นเขาพูดในรายการทีวี "พ่อโกรธมาก" จนไม่สามารถเดินทางมาด้วยได้ เพราะเกรงว่าจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่หากต้องเจอหน้าลูกเขยที่เคยรักเหมือนลูกแท้ๆ
ขณะเดียวกันมีกระแสวิจารณ์เรื่องนี้ในโซเชียลดูท่าจะไม่จบง่าย ๆ จนทำเอาคุณแม่ของน้องอี๊ฟ ทนไม่ไหว ต้องออกมาโพสต์ปกป้องครอบครัวผ่านทางโซเชียลมีเดียด้วยถ้อยคำที่เผ็ดร้อน ระบุถึงคนที่ชอบเอาเรื่องคนอื่นไปตัดสินว่าดีหรือไม่ดี ให้หันกลับไปพิจารณาตัวเองเสียก่อน โดยแม่ของสาววัย 19 โพสต์ว่า “พากันตัดสินคนอื่นว่าดีบ่ดี พากันส่องกระจกแหน่จ้าว่าดีพอไป่ที่ว่าให้คนอื่นสมองเนาะพ่อแม่ยุไสสิอยากให้ลูกเอาผัวคนแต่คำว่าว่า เขาฮักกันถ้ามันผิดกะผิดที่เขามีเมีย แต่คนที่นินทาว่าร้ายคนอื่นกูว่าแห่งคักฝากไว้ให้คิด เด้อที่ว่าบักวุ้นมันดีกะมาเอามันโลดพวกคนได้มาใช้ชีวิตนำมันติที่มาตัดสินแทนหมดบ้านว่าดีแม่นแหล่วดีต่อคนอื่นบ่ได้ดีต่อเมียกับครอบครัวกูแนวดีมันกะมีแนวบ่ดีกะมีอย่าตัดสินคนแค่ภายนอกเด้อจ้าฝากใว้ให้คิดเด้อ
สรุปประเด็นสำคัญจากโพสต์ของคุณแม่ ซึ่งแม่ของน้องอี๊ฟได้คำถามถึงคนที่วิจารณ์คนอื่นว่า "ดีพอหรือยัง" ก่อนที่จะไปว่าร้ายให้คนอื่น พร้อมเตือนให้กลับไปส่องกระจกดูตัวเองบ้าง ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน: ยืนยันว่าลูกสาวและลูกเขยรักกัน แม้คนจะมองว่าผิดที่ฝ่ายชายมีครอบครัวอยู่แล้ว แต่คุณแม่มองว่าคนที่นินทาว่าร้ายคนอื่นก็น่ากลัวไม่แพ้กัน อย่าตัดสินแค่ภายนอก: คุณแม่ระบุว่าคนเรามีทั้งด้านดีและไม่ดี "เขาอาจจะไม่ได้ดีต่อคนอื่น แต่เขาดีต่อเมียและครอบครัว" พร้อมท้าว่าถ้าคิดว่าฝ่ายชายไม่ดี แล้วมาเดือดร้อนแทนทำไม หากใครอยากได้ก็ให้มาเอาไปเอง เพราะไม่ได้มาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันย่อมไม่รู้ความจริง ทิ้งท้ายสุดจี๊ด: ฝากไว้ให้คิดว่าสมองมีไว้ให้คิดเรื่องดี ๆ ไม่ใช่มีไว้เพื่อตัดสินคนอื่นเพียงแค่ภายนอก
ขณะนี้โพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ออกไปเป็นวงกว้างและเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์แบ่งเป็นสองฝ่าย ทั้งฝ่ายที่เข้าใจหัวอกคนเป็นแม่ที่ต้องออกมาปกป้องลูก และฝ่ายที่ยังคงตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในเรื่องความสัมพันธ์ที่เป็นต้นเหตุของดราม่าครั้งนี้
โดยครูแอนเห็นโพสต์นี้แล้ว บอกนักข่าวสั้นๆ แต่คมบาดใจว่า “เข้าใจว่าแม่ทุกคนรักลูก แต่ควรรักให้ถูกต้อง ถูกศีลธรรมค่ะ








