ต้นมะกอกโอลีฟกลายเป็นหนึ่งในต้นไม้ยอดฮิตที่คนรักบ้าน และสวนใฝ่ฝันอยากมีไว้ครอบครอง ด้วยฟอร์มใบที่ดูสวยงาม คลาสสิก และยังแฝงไปด้วยความหมายที่เป็นมงคล แต่สำหรับใครที่กำลังเริ่มต้นศึกษาและอยากรับน้องไปดูแล อาจจะมีคำถามสำคัญในใจว่า ต้นโอลีฟ ราคาเท่าไหร่ และควรเลือกซื้ออย่างไรให้คุ้มค่า พร้อมวิธีการดูแลในสภาพอากาศเมืองไทย บทความนี้ เราจะพาไปเจาะลึกราคาตลาดของต้นโอลีฟในปัจจุบัน พร้อมเช็กลิสต์สำคัญที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ
ต้นมะกอกโอลีฟ ราคาเท่าไหร่?
ราคาของต้นโอลีฟขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ ขนาดของลำต้น ฟอร์มต้น ความสั้นยาวของกิ่ง อายุ รวมไปถึงแหล่งที่มาของการนำเข้า โดยทั่วไปแล้ว ต้นโอลีฟราคาจะเริ่มต้นตั้งแต่หลักพันต้น ๆ สำหรับไซซ์เล็ก หรือต้นขนาดทดลองเลี้ยงที่นิยมนำไปปลูกในกระถางเพื่อตกแต่งคาเฟ่หรือระเบียง และสำหรับต้นที่มีอายุมาก ราคาอาจขยับสูงขึ้นไปถึงหลักหมื่นปลาย ๆ จนแตะหลักแสนบาทเลยทีเดียว
เช็กลิสต์ 5 ข้อที่ต้องรู้! ก่อนตัดสินใจซื้อต้นโอลีฟ
เมื่อทราบเรตราคาเบื้องต้นกันไปแล้ว ก่อนที่จะตัดสินใจจ่ายเงินซื้อต้นไม้แห่งความมงคลนี้เข้าบ้าน เราแนะนำให้ตรวจสอบเช็กลิสต์ทั้ง 5 ข้อดังต่อไปนี้ เพื่อให้ได้ต้นโอลีฟที่สวย แข็งแรง และเติบโตได้อย่างยั่งยืน
1. สายพันธุ์ที่เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทย
แม้ต้นโอลีฟจะมาจากแถบเมดิเตอร์เรเนียน แต่ในปัจจุบันมีการนำเข้าและนำมาปลูกในไทยหลายสายพันธุ์ ควรเลือกสายพันธุ์ที่ทนแดด ทนร้อน และสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศแบบร้อนชื้นของประเทศไทยได้ดี อย่างสายพันธุ์ Hojiblanca ซึ่งทนทานและเติบโตได้ดีในสภาพอากาศร้อน และมีใบสีเงินที่โดดเด่น เหมือนไม้เมืองหนาว
2. เลือกขนาดให้เหมาะกับพื้นที่
หากต้องการปลูกในกระถางสำหรับตกแต่งระเบียงคอนโดหรือมุมเล็ก ๆ ในบ้าน ควรเลือกไซซ์เล็กถึงกลาง แต่หากต้องการเนรมิตสวนหน้าบ้านให้มีความโดดเด่นอลังการ การลงทุนกับไม้นำเข้าไซซ์ใหญ่จะตอบโจทย์มากกว่า ทั้งนี้ต้องประเมินความกว้างของพื้นที่เพื่อไม่ให้ต้นไม้รู้สึกอึดอัด และมีพื้นที่เพียงพอให้รากเดินได้อย่างสะดวก
3. จัดเตรียมพื้นที่ปลูกให้เหมาะสม
ต้นโอลีฟชอบแสงแดดจัดและต้องการพื้นที่ที่มีการระบายน้ำได้ดีเยี่ยม ไม่ชอบน้ำขัง เพราะจะทำให้เกิดปัญหารากเน่าได้ง่าย ก่อนซื้อจึงต้องสำรวจว่าบริเวณที่จะนำไปปลูกมีแสงแดดส่องถึงอย่างน้อย 6 - 8 ชั่วโมงต่อวันหรือไม่ รวมถึงต้องเตรียมดินปลูกที่โปร่ง ร่วนซุย ผสมวัสดุปลูกที่ช่วยระบายน้ำได้ดี เช่น หินภูเขาไฟ หรือทรายหยาบ
4. เข้าใจการดูแลต้นโอลีฟ
การเลี้ยงต้นโอลีฟให้ออกมาสวยงามต้องอาศัยความเข้าใจในธรรมชาติของต้นไม้ชนิดนี้ ทั้งเรื่องการรดน้ำ การใส่ปุ๋ยบำรุง และการตัดแต่งกิ่งเพื่อให้ฟอร์มสวย แสงแดดส่องถึงด้านใน ผู้ปลูกจึงต้องมีเวลาและพร้อมที่จะเรียนรู้วิธีการดูแลที่ถูกต้อง เพื่อให้ต้นไม้อยู่คู่บ้านและรักษารูปทรงที่สวยงามไว้ได้นาน ๆ
5. เลือกร้านนำเข้าต้นไม้ที่น่าเชื่อถือ
ข้อนี้เป็นอีกหนึ่งข้อที่สำคัญมาก ควรเลือกซื้อจากร้านหรือฟาร์มที่มีความเชี่ยวชาญด้านการนำเข้าและดูแลต้นโอลีฟโดยเฉพาะ มีการพักฟื้นและอนุบาลต้นไม้จนรากแข็งแรงก่อนส่งมอบ และสามารถให้คำปรึกษาหลังการขายได้อย่างมืออาชีพ การเลือกร้านที่น่าเชื่อถือจะช่วยการันตีได้ว่าต้นไม้ที่ได้รับมีคุณภาพสมราคา ปราศจากโรค และพร้อมเติบโตในพื้นที่ใหม่
วิธีดูแลต้นโอลีฟเบื้องต้น สำหรับมือใหม่
สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งรับต้นโอลีฟเข้าบ้าน หรือกำลังเตรียมตัวเป็นเจ้าของ การดูแลเบื้องต้นไม่ใช่เรื่องยากซับซ้อน เพียงแค่ทำตามหลักการพื้นฐานดังต่อไปนี้
การรดน้ำ รดน้ำเมื่อดินแห้งสนิทเท่านั้น โดยสามารถใช้ไม้จิ้มลงไปในดินเพื่อเช็กความชื้น หลีกเลี่ยงการรดน้ำบ่อยเกินไปจนดินแฉะหรือมีน้ำขังก้นกระถาง
แสงแดด วางในตำแหน่งที่รับแสงแดดจัดเต็มวัน หรืออย่างน้อยครึ่งวันเช้า หรือ บ่าย แสงแดดที่เพียงพอจะช่วยให้ใบมีสีเงินสวยงามและไม่เหลือง
ดินและปุ๋ย เลือกใช้ดินโปร่งที่ระบายน้ำได้เร็ว และบำรุงด้วยปุ๋ยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อเพิ่มธาตุอาหารให้แก่ต้นไม้
การตัดแต่งกิ่ง หมั่นตัดแต่งกิ่งที่แห้งตาย หรือกิ่งที่ซ้อนทับกันอยู่ด้านในออก เพื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวกและป้องกันแหล่งสะสมของแมลงศัตรูพืช
มองหาต้นโอลีฟราคาและคุณภาพที่คุ้มค่า ต้อง Olive de Casa
หากกำลังมองหาแหล่งจำหน่ายต้นโอลีฟนำเข้าฟอร์มสวย แข็งแรง และพร้อมลงปลูก Olive de Casa คือคำตอบที่ใช่! เพราะที่นี่คัดสรรต้นโอลีฟสายพันธุ์ที่เหมาะกับภูมิอากาศเมืองไทย ผ่านการอนุบาลรากอย่างถูกวิธีโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้มั่นใจว่า ลูกค้าทุกท่านจะได้รับต้นไม้ที่มีคุณภาพดีที่สุด ในราคาที่สมเหตุสมผลและจับต้องได้ พร้อมบริการให้คำปรึกษาตลอดการปลูก เพื่อให้ต้นโอลีฟเจริญเติบโตอย่างสง่างามและสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นให้กับพื้นที่ของคุณ สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ปรึกษาเรื่องพื้นที่ปลูก หรือเข้ามาเลือกชมฟอร์มต้นโอลีฟของจริง สามารถติดต่อทีมงานได้ที่ 087-666-2662 เลย
สรุปบทความ
ท้ายที่สุดแล้ว การจะรับต้นไม้สวย ๆ สักต้นมาไว้ที่บ้าน เรื่องของราคาอาจเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการตัดสินใจ เพราะสิ่งสำคัญจริง ๆ คือความพร้อมของพื้นที่ปลูก ความเข้าใจในธรรมชาติของตัวต้นไม้ และการได้แหล่งจำหน่ายที่เชื่อถือได้อย่าง Olive de Casa มาเป็นช่วยดูแล เพียงแค่นำเช็กลิสต์ทั้ง 5 ข้อนี้ไปเช็กความพร้อมของตัวเอง ควบคู่กับการดูแลอย่างใส่ใจ รับรองเลยว่าการปลูกต้นโอลีฟให้ฟอร์มสวย แข็งแรง และอยู่คู่บ้านไปนาน ๆ จะกลายเป็นเรื่องสนุกและไม่ยากอย่างที่คิดแน่นอน








