การเมืองมันโหดร้าย! เมื่อเทคโนแครตดาวเด่นของรัฐบาลอนุทิน ที่เคยเป็น “นายแบก” และ “นางแบก” พรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ทว่าหลังจากเข้ามาบริหารประเทศได้เพียง 3 เดือน ก็มีดราม่าเข้ามาไม่เว้นแต่ละวัน ตั้งแต่ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ มาจนถึง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เรียกได้ว่ามรสุมดราม่าไม่เคยพัก
ประเด็นร้อนเรื่องเกณฑ์คัดกรองคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ก่อนหน้านี้มีแนวคิดตัดสิทธิ์พ่อแม่ที่ลูกนำไปขอลดหย่อนภาษีจนต้องถอยไปแล้วรอบหนึ่ง ล่าสุดเจอปัญหาระบบตัดสิทธิ์ผู้ที่มีรายได้เกิน 1 แสนบาทต่อปี หรือมีทรัพย์สินเกินเกณฑ์ โดยเกิดกรณีคุณยายวัย 86 ปี ถูกตัดสิทธิ์เพราะระบบแจ้งว่าเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 ทั้งที่ไม่ได้เรียนจริง รวมถึงปัญหาข้อมูลไม่อัปเดต กรณีคุณตาวัย 90 ปี ถูกตัดสิทธิ์เนื่องจากระบบระบุว่ามีรถยนต์ 2 คัน ทั้งที่ไม่มีรถใช้งานจริง
เมื่อมีกระแสคัดค้าน ก็ต้องไปติดตามในขั้นตอนอุทธรณ์ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่อย่างที่ “เอกนิติ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ให้สัมภาษณ์ข้ามประเทศมาจากเมืองจีน โดยอธิบายว่า ได้นำข้อมูลผู้ลงทะเบียนไปตรวจสอบไขว้กับฐานข้อมูลต่างๆ ของรัฐอย่างละเอียด เพื่อให้ผู้ที่ผ่านเกณฑ์เป็นไปตามคุณสมบัติที่ตั้งไว้ เช่น ฐานข้อมูลการเสียภาษี การถือครองที่ดิน รายได้ และการถือครองรถยนต์ ซึ่งช่วยคัดกรองผู้ที่ไม่ได้มีฐานะยากจนจริงออกไปได้
“เจตนารมณ์ในการดำเนินนโยบายครั้งนี้ที่เข้ามาสกรีนอย่างจริงจัง ก็เพื่อที่จะเอาคนจนจริงๆ เข้าสู่ระบบ ผมพูดจากใจเลยว่ารัฐบาลอยากจะช่วยคนที่ลำบากจริงๆ งบประมาณด้านสวัสดิการของรัฐบาลมีจำกัด จึงอยากให้บัตรใบนี้เป็นของคนที่ไม่มีอะไรเลยจริงๆ เช่น ผู้สูงอายุที่ป่วยติดเตียงและไม่มีรายได้ เพื่อให้ความช่วยเหลือลงไปถึงคนที่สมควรได้รับสวัสดิการและลำบากที่สุดอย่างแท้จริง”
ประเด็นร้อนนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้านี้ “ซูเปอร์จี” ศุภจี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ต้องเผชิญดราม่าพิมรี่พายขายทุเรียนลูกละ 100 บาท และดราม่าข้าวแกง 40 บาท ซึ่งกรณีทุเรียนลูกละ 100 บาทนั้น “ศุภจี” ได้ชี้แจงว่าเป็นแผนการตลาดเชิงรุกเพื่อระบายผลผลิตในช่วงพีค โดยไม่กระทบราคาทุเรียนเกรดส่งออก (A-B) ในท้องตลาด ส่วนดราม่า “ข้าวแกงไทยช่วยไทย” ราคาจานละ 40 บาท ที่ตั้งเป้าดึงร้านอาหารตามสั่งและร้านข้าวแกงเข้าร่วมกว่า 100,000 ร้าน เพื่อแก้ปัญหาอาหารจานเดียวปรับตัวสูงขึ้นและช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน แต่เมื่อถูกกระแสดราม่าว่าไม่สมจริงและทำได้ยากในทางปฏิบัติ ก็ทำให้ต้องชะลอโครงการออกไปก่อน
ปรากฏการณ์ที่ 2 เทคโนแครตกลายเป็นตำบลกระสุนตก อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงเหลือไพ่ใบสุดท้ายคือ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอีกคน ซึ่งรั้งตำแหน่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยด้วย ที่จะต้องรักษาไว้ ยิ่งอยู่ในพื้นที่ความมั่นคงในประเด็นไทย-กัมพูชาสุดร้อนแรง เพราะหากจำกันได้เรื่องไทย-กัมพูชา ประเด็นชาตินิยมที่เคยเป็นหนึ่งในปัจจัยพาพรรคภูมิใจไทยขี่กระแสเข้ามาเป็นพรรคการเมืองใหญ่ด้วยแล้ว ยิ่งต้องรักษาไว้ให้มั่น
ในทางกลับกัน หากฝ่ายการเมืองลอยแพเทคโนแครต สังคมก็ต้องจับจ้องไปที่ "อนุทิน" อย่างปฏิเสธไม่ได้
#ศรพระราม #การเมืองไทย #รัฐบาลอนุทิน #เทคโนแครต #บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ #เอกนิติ #ศุภจีสุธรรมพันธุ์ #ภูมิใจไทย #ข่าวการเมือง #ดราม่าการเมือง #การเมือง








