จากข่าวสะพัดเรื่องดีลยุบพรรคกล้าธรรม เพื่อหอบหิ้ว สส. ทั้ง 58 ชีวิตเข้าไปควบรวมกับพรรคเพื่อไทย ! หากมองอย่างผิวเผิน ข่าวสะพัดนี้อาจถูกตีความว่าเป็นการปั่นราคาเพื่อสร้างอำนาจต่อรองทางการเมือง แต่หากวิเคราะห์ในเชิงกลยุทธ์ อาจเป็น “การขุดบ่อล่อปลา" ที่มีเป้าหมายลึกล้ำกว่านั้น
1. กับดักล่อ "สีแดง" เปิดทาง "สีเขียว"
เป้าหมายที่แท้จริงของข่าวสะพัดนี้ อาจไม่ใช่การพุ่งเป้าท้าทายพรรคภูมิใจไทยโดยตรง แต่คือการสร้าง "กับดัก" ล่อให้พรรคเพื่อไทยหลงกล หากพรรคเพื่อไทยออกตัวแรง มีท่าทีรับลูก หรือพยายามทำตัวโดดเด่นเพื่อต่อรองผลประโยชน์ ย่อมสร้างความหวาดระแวงให้เกิดขึ้น
และเมื่อใดที่ความหวาดระแวงทำงาน พรรคภูมิใจไทยอาจตัดสินใจ "เขี่ย" พรรคเพื่อไทยทิ้ง และเมื่อนั้นพรรคกล้าธรรมก็พร้อมจะสวมรอยเข้ามาเสียบแทนทันที
2. เหนือกว่า "ดีลรวมพรรค" คือกลยุทธ์ "กวาดต้อนงูเห่า"
อย่างไรก็ตาม การจะเล่นเกมบีบให้พรรคภูมิใจไทยเปลี่ยนตัวผู้เล่น อาจไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะค่ายสีน้ำเงินเองก็มีเขี้ยวเล็บ และถือไพ่เหนือกว่าในเรื่องทรัพยากรและอำนาจ
หากพรรคภูมิใจไทยอ่านเกมทะลุปรุโปร่งว่า กำลังถูกเดินหมากกดดัน พวกเขาย่อมไม่ยอมเดินตามเกมของใคร และสามารถตอบโต้ด้วยกลยุทธ์ "กวาดต้อนงูเห่า" สัญญาณนี้สะท้อนออกมาชัดเจนเมื่อ “ร.อ. ธรรมนัส” ยอมรับเองว่ามี สส. ในพรรคถูกติดต่อทาบทามเพื่อซื้อตัวจริงๆ
การขยับไพ่ใบนี้ของภูมิใจไทย คือการส่งสัญญาณเตือนที่เย็นเยียบว่า หากพรรคกล้าธรรมและพรรคเพื่อไทยยังคงเดินหน้าปั่นกระแสดีลลับต่อไป ภูมิใจไทยก็อาจแก้เกมด้วยวิธีเจาะฐาน ดูด สส. รายบุคคลจากทั้ง 2 พรรคให้กลายเป็น "มุ้งอิสระ" เพื่อเป็นฐานเสียงสำรองและตัดกำลังคู่แข่งแทน
3. ภูมิใจไทย ยังถือไพ่เหนือกว่า
ข่าวสะพัดดีลลับยุบรวมพรรคเขียว -แดง อาจเป็นยุทธศาสตร์ที่แพรวพราวในการสร้างความหวาดระแวง แต่ในโลกการเมืองที่ผลประโยชน์ต้องวัดกันด้วยสรรพกำลัง พรรคภูมิใจไทยยังคงเป็นผู้คุมเกม
และหากการปั่นกระแสกดดันล้ำเส้นเมื่อใด พรรคภูมิใจไทยก็พร้อมจะใช้กลยุทธ์ชอปปิง "งูเห่า" เพื่อเด็ดปีกทั้งกล้าธรรมและเพื่อไทย เพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลม
บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม








