เมื่อ “ศรพระราม” ได้กลิ่น “การเมืองน้ำเน่า” ลอยมาจากสภาสูง หลังมีมติเห็นชอบร่างกฎหมายท้องถิ่น 4 ฉบับรวดเดียว 3 วาระรวด โดยเฉพาะร่าง พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่สาระสำคัญไม่มีอะไรซับซ้อน แต่กลับซ่อนเงื่อนงำ "ปลดล็อกวาระการดำรงตำแหน่ง" ของบรรดาเสือนอนกินในท้องถิ่น ทั้งนายก อบจ., นายกเทศมนตรี และนายก อบต. ให้สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้แบบ "ไม่จำกัดวาระ" จากเดิมที่เคยตั้งเพดานไว้แค่ 2 วาระ หรือ 8 ปี โดยไม่ครอบคลุมกรุงเทพมหานครและพัทยาที่เป็นรูปแบบการปกครองพิเศษ
การจะอ้างเหตุผลสวยหรูว่า "เปิดโอกาสให้คนดีทำงานต่อเนื่อง" นั้น ฟังแล้วน้ำตาจะไหล แต่ในความเป็นจริงของประเทศไทย มันคือการ "กลับไปสู่วังวนเดิม" หรือไม่? ในอดีตเราเคยเห็นปัญหาจากผู้นำปกครองท้องถิ่นอย่าง "กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน" ที่ไม่มีวาระการดำรงตำแหน่งและให้อยู่ยาวจนเสียชีวิต จนส่งไม้ต่อให้ลูกหลาน เกิดการผูกขาดอำนาจและสร้างอิทธิพล แม้ปัจจุบันจะไม่มีการจำกัดวาระแต่ก็ยังขีดเส้นให้อยู่ไม่เกินอายุ 60 ปี
พอเราเริ่มมีการเลือกตั้งนักการเมืองท้องถิ่นอย่างนายก อบจ. นายกเทศมนตรี และนายก อบต. จึงต้องจำกัดไว้ไม่เกิน 2 วาระ หรือ 8 ปี อย่างน้อยก็เพื่อติด "เบรกมือ" ไม่ให้เกิดการสั่งสมฐานอำนาจ แม้ที่ผ่านมาบรรดา "บ้านใหญ่" จะใช้วิธีศรีธนญชัย ส่งนอมินีไม่ว่าจะเป็นภรรยา ลูก หรือญาติพี่น้องลงขัดตาทัพแทน แต่ก็ยังเปิดโอกาสให้คนที่ทำงานเพื่อประชาชนและประโยชน์สาธารณะมีจังหวะสอดแทรกได้บ้าง แต่การปลดล็อกครั้งนี้เท่ากับเป็นการ “ลากตั้ง” ประเคนสัมปทานอำนาจให้ "เจ้าพ่อ-เจ้าแม่" เจ้าเดิมได้กินรวบยาวแบบไร้กำหนด
ทำไมวันนี้ทุกคนถึงจ้องตาเป็นมันและแย่งชิงเก้าอี้นายกท้องถิ่นกันขนาดนี้? คำตอบง่ายๆ คือ... "เงิน" เพราะในสมัยก่อน สส. ในสภาผู้แทนราษฎร จะมีสิ่งที่เรียกว่า "งบ สส." เอาไว้ผันเงินลงพื้นที่เพื่อสร้างบารมี ต่อมากฎหมายได้ตัดงบตรงนี้ทิ้งไปเพราะกลัวเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน แล้วจึงโอนเม็ดเงินมหึมาเหล่านั้นไปลงที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแทน พอเงินมหาศาลไปกองอยู่ตรงนั้น ท้องถิ่นก็กลายเป็น "เค้กชิ้นใหญ่" ที่ใครควบคุมได้ ก็กินจนพุงกาง
ขณะที่การเมืองระดับชาติกับระดับท้องถิ่นนั้นตัดกันไม่ขาด ถ้า "บ้านใหญ่" คิดจะยึดประเทศ ก็ต้องยึดท้องถิ่นซึ่งเป็นต้นเรื่องของคะแนนเสียงให้ได้ก่อน โดยการส่งญาติพี่น้องไปนั่งคุมงบ อบจ.-อบต. เพื่อจัดสรรโครงการจัดซื้อจัดจ้างและเลี้ยงเครือข่ายหัวคะแนน พอถึงฤดูเลือกตั้งใหญ่ก็นวดฐานเสียงส่งตัวเองหรือทายาทเข้าสภาไปเป็นกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ วนลูปในวงจรอุบาทว์ของปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น ที่สำคัญนายกท้องถิ่นเป็นสารตั้งต้นฐานเสียงในพื้นที่ แน่นอนว่าย่อมมีผลต่อกลกำในการเลือกตั้งระดับชาติ เมื่อยึดครองอำนาจทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่นไว้ในตระกูลเดียว สุดท้ายแล้วประชาชนจะได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์? คงต้องคิดกันเอาเอง
#ศรพระราม#การเมืองท้องถิ่น #ปลดล็อกวาระนายกอบจ #ขุมทรัพย์งบประมาณ #บ้านใหญ่ #การเมืองน้ำเน่า #การเมืองท้องถิ่น #เลือกตั้งท้องถิ่น#ข่าวกระแส#การเมืองไทย #ข่าวไวรัล #วิเคราะห์การเมือง #บทความการเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐ #สยามรัฐออนไลน์








