"วันนอร์" วอน กมธ.งบฯ ปี 70 แปรเพิ่มเงิน 600 ล้าน เติมกองทุนอดีตสมาชิกรัฐสภา ยกเคสสะเทือนใจ อดีต สส. โดนไล่ออกจากห้องเช่า-ไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล ด้าน "ชาดา" หนุน ยัน สส. ไม่ได้รวยทุกคน
วันที่ 21 สิงหาคม 2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.ฉ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 สภาฯ ที่มีนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ฐานะรองประธาน กมธ. ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ซึ่งได้พิจารณารายงานแปรญัตติเพิ่มและการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ
โดยช่วงหนึ่ง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กมธ. อภิปรายตอนหนึ่งถึงกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ที่ทราบว่ามีการปรับลดและตัดออกทั้งหมด ทั้งที่เป็นกองทุนที่ตั้งขึ้นตามกฎหมาย อย่างไรก็ดีที่ผ่านมาตนได้รับโทรศัพท์ จากอดีตสส. ซึ่งปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว เพื่อขอเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล ประมาณ 5,000 บาท เพราะจะได้ออกจากโรงพยาบาลแล้วแต่ไม่มีเงินจ่าย ทั้งนี้ตนบอกว่าจะโอนผ่านบัญชี แต่อดีตสส.บอกว่าโอนเข้าบัญชีส่วนตัวไม่ได้ เพราะเจ้าหนี้ริบไปทั้งหมด หรือมีบางกรณีที่พบว่าอดีตสส.ถูกไล่ออกจากห้องเช่า เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเช่า แม้จะมีลูกอยู่ แต่ด้วยคำว่าศักดิ์ศรีจึงไม่พึ่งพาลูก
“อดีตสส.ไม่ได้รวยทุกคน ที่ผมเห็นข้อมูล อดีตสส.มาขอเงิน 1,800 คน ที่ไม่มาขอ 458 คน แต่ละปีต้องใช้งบ 600-700 ล้านบาท ที่ผ่านมาขอไป 200 ล้านบาท ไม่พอ หลังจากเดือนมิถุนายน 2569 ไม่ให้แล้ว ต้องรอตกเบิก รองบใหม่ ทั้งนี้ปีที่แล้ว ขาดเงิน 300 ล้านบาท ยังดีที่ประธานสภา ขอ ครม. ของบกลางในวันสุดท้ายก่อนปิดปีงบประมาณ ส่วนปีนี้ยังขาดอีก ถ้าไม่ให้ถือว่าไม่เป็นธรรม” นายวันมูหะมัดนอร์ อภิปราย
นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวต่อว่า ตนอยากให้เป็นเกียรติเป็นศักดิ์สรี อย่าคิดว่าเป็น อดีต สส. แล้วไม่มีหน้าที่ ทำไมต้องให้ แต่ชาวบ้านไม่คิดแบบนั้น แม้เป็นอดีตสส. ชาวบ้านยังมาหา และมีภาระมากกว่า สส. เพราะอดีตสส.อยู่กับชาวบ้านทุกวัน ส่วน สส. อ้างได้ว่ามาประชุมสภา มาประชุมกรรมาธิการ ดังนั้นขอให้เห็นความจำเป็นต่อเกียรติและศักดิ์ศรี ที่ผ่านมาพบว่าหลายประเทศ เช่น กัมพูชา ลาว ยังมีสวัสดิการให้อดีตสส. ดังนั้นหากสภาตัดเงินกองทุนออกหมด เชื่อว่าจะเป็นปัญหาต่อการบริหารกองทุน ที่มีประธานสภาฯ เป็นประธานกองทุน
ขณะที่ นายภราดร กล่าวว่า เป็นอย่างที่นายวันมูหะมัดนอร์ อภิปราย ถือเป็นข้อสังเกต ที่จะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการแบบไหน ทั้งนี้ สส. และ อดีตสส. คิดไม่ต่างกัน มีเพียงคนเดียวที่ต้องการ แต่ตนทราบว่าเขาก็รับเบี้ย ตอนเป็น อดีต สส. รับมาทุกปี ส่วนผู้ช่วย สส. ตั้งเต็มจำนวน แต่ที่เขาพูดเพื่อตั้งใจเอากระแสสังคมให้สังคมต่อว่านักการเมือง แต่สุดท้ายตัวเองก็รับ
ส่วนนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ฐานะกมธ. อภิปรายว่า สภาพของสส.แต่ละคนไม่เหมือนกัน ซึ่งตนเจ็บปวดที่เห็น สส.ในอดีต ไม่มีที่สส.จะรวย เพราะทำมากินอะไรไม่ได้ ห้ามมีหุ้น ซึ่งตนเคยพูดเล่นนๆ ว่า เขาสอนให้คอร์รัปชันอย่างเดียว เพราะทำตามกฎหมายไม่ได้ มีคนบอกว่าถ้าแบบนั้นไม่ต้องมาเป็น สส. ตนมองว่าพูดง่ายไป หากสส.มีเงิน จะถูกมองว่ามาหากิน ดังนั้นแนวคิดของสังคมควรให้โอกาสคนที่ยากไร้ เพราะครั้งหนึ่งเป็นคนที่เคยทำงาน ขอให้เห็นใจ เพื่อนสส.ที่ยากจน ไม่ร่ำรวย








