กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) เปิดเผยว่า ทางการอิหร่านจะใช้อาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงยิ่งขึ้น หากสงครามต่อต้านอิหร่านครั้งใหม่ปะทุขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคที่ยังคงมีความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้ารอบใหม่
ฮอสเซน โมเฮบบี โฆษกของ IRGC ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเดฟาเพรส (Defa Press) ของอิหร่าน ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดี (20 ส.ค.) ว่า อิหร่านได้ขยายขีดความสามารถทางการทหารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากต้องเผชิญกับสงคราม 12 วัน และ 40 วันที่ก่อขึ้นโดยสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อเดือนมิ.ย. ปีที่แล้ว และช่วงปลายเดือนก.พ. ที่ผ่านมา
โมเฮบบีกล่าวว่า “หากสงครามครั้งใหม่เปิดฉากขึ้น อาวุธของเราจะแตกต่างไปจากเดิมอย่างแน่นอน … ทั้งในแง่ของรุ่นหัวรบขีปนาวุธ รวมถึงความแม่นยำและระยะยิง”
โมเฮบบียังเน้นย้ำว่า อิหร่านไม่เคยหยุดการผลิตยุทโธปกรณ์ พร้อมระบุว่า “อานุภาพการทำลายล้างของหัวรบขีปนาวุธรุ่นใหม่ที่ IRGC นำมาใช้นั้น สูงกว่ารุ่นที่เคยใช้ในสงครามครั้งก่อน ๆ อย่างมาก”
เมื่อวันที่ 28 ก.พ. อิสราเอลและสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศร่วมกันในกรุงเตหะรานและเมืองอื่น ๆ ของอิหร่าน ส่งผลให้อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านในขณะนั้น รวมถึงผู้บัญชาการทหารและพลเรือนเสียชีวิต ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายในอิสราเอล ตลอดจนฐานทัพและทรัพย์สินของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเป็นระลอก
ทั้งนี้ ทุกฝ่ายบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 8 เม.ย. และต่อมาในวันที่ 18 มิ.ย. อิหร่านและสหรัฐฯ ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อยุติสงครามในภูมิภาคทุกแนวรบ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ปะทะและการเผชิญหน้าระหว่างทั้งสองประเทศยังคงปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่นั้นมา
#อิหร่าน #IRGC #สงครามอิหร่าน #อิสราเอล #สหรัฐฯ #ขีปนาวุธ #ตะวันออกกลาง #ข่าวต่างประเทศ #ความมั่นคง #สงคราม








