รมช.มหาดไทย เข้าร่วมประชุม กมธ.กระจายอำนาจฯ เดินหน้าคืนสิทธิ์ผู้สอบแข่งขันข้าราชการท้องถิ่นที่สุจริต ยืนยันกระบวนการถอดถอนผู้ทุจริต 5,925 รายไม่ยืดเยื้อ ตั้งเป้าเสร็จสิ้นภายใน 31 ส.ค. 69 พร้อมยันบริสุทธิ์ใจ ไม่ใช่การฟอกขาว ท้า "รังสิมันต์ โรม" หากมีหลักฐานปมเปลี่ยนมหาวิทยาลัยจัดสอบ ให้ส่งตรง ป.ป.ช. ลั่นพร้อมรับมือฝ่ายค้านอภิปรายซักฟอก
วันที่ 20 สิงหาคม 2569 เวลา 09.35 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร โดยมี นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธาน กมธ. เป็นประธานการประชุม โดยได้เชิญ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าชี้แจงแนวทางการบริหารจัดการบัญชีผู้สอบแข่งขันข้าราชการและพนักงานราชการส่วนท้องถิ่น ปี 2568 และการรักษาคืนสิทธิ์ให้กับผู้บริสุทธิ์
ทั้งนี้นายคงกฤษ เปิดเผยก่อนการประชุมว่า วาระสำคัญวันนี้คือการพิจารณาให้โอกาสผู้ที่ได้เลื่อนบัญชีขึ้นมาทดแทนกลุ่มผู้ทุจริต เนื่องจากผู้สอบได้ตัวจริงอาจเคยเสียสิทธิ์ในการบรรจุแต่งตั้งในจังหวัดที่ไม่ได้เลือกไว้ตั้งแต่แรก จึงต้องหารือกับ รมช.มหาดไทย ในฐานะผู้กำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เพื่อรักษาสิทธิ์และสร้างความยุติธรรมให้กับผู้ได้รับสิทธิ์เลื่อนบัญชีขึ้นมาในครั้งนี้
ด้านนายวรศิษฎ์ ชี้แจงถึงความคืบหน้าในการจัดการปัญหากลุ่มบุคคลที่มีคะแนนสอบผิดปกติว่า กระทรวงมหาดไทยได้ส่งข้อมูลทั้งหมดให้คณะกรรมการพนักงานส่วนท้องถิ่นระดับจังหวัด (ก.จังหวัด) ทั่วประเทศ ดำเนินการประชุมและส่งเรื่องต่อไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั่วประเทศ เพื่อ ถอดถอนผู้ที่ได้รับการบรรจุไปแล้วแต่คะแนนไม่ถึงเกณฑ์ ออก เนื่องจากถือเป็นสิทธิ์มิชอบตั้งแต่ต้น ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้ถูกถอดถอนรวมประมาณ 5,925 คน ซึ่งจะทำให้มีตำแหน่งว่างเดิมกว่า 3,000 ตำแหน่ง เมื่อรวมกับอัตราว่างใหม่ที่ อปท. ขอใช้บัญชี จะทำให้มีตำแหน่งรองรับรวมกว่า 5,000 ตำแหน่ง โดยกระทรวงมหาดไทยได้ ขีดเส้นตายให้การถอดถอนแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นี้ พร้อมระบุว่าแม้ อปท. บางแห่งจะมีความกังวล แต่ส่วนกลางได้ส่งข้อมูลชี้แจงจนหลายพื้นที่เริ่มทยอยดำเนินการแล้ว เช่น อบจ.ลำพูน และจังหวัดกระบี่ที่ได้ถอดถอนไปเรียบร้อยแล้ว
สำหรับมาตรการเยียวยากลุ่มผู้สอบแข่งขันได้ตัวจริงที่ได้รับผลกระทบ รมช.มหาดไทย กล่าวว่า เมื่อมีการถอดถอนผู้ที่มีความผิดปกติออกไปแล้ว ผู้ที่อยู่ในลำดับถัดไปจะถูกขยับขึ้นมาตามขั้นตอน และจะได้รับสิทธิ์การบรรจุตั้งแต่วันที่มีคำสั่งเรียกตัวเป็นต้นไป ยืนยันว่ากระบวนการทั้งหมดทำด้วยความโปร่งใสและให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่สอบได้ด้วยความสามารถจริง
เมื่อถามถึงกรณีที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุว่า ต้นตอปัญหาการทุจริตสอบครั้งนี้เกิดจากที่ยุคก่อนยกเลิกมหาวิทยาลัยบูรพาออกจากการเป็นผู้จัดสอบ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าทุกคนมีข้อมูล ที่บอกว่าเขาไปพบบการทุจริตก่อนหน้านี้ ฉะนั้น กระบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น แสดงว่าข้อเท็จจริงไม่ได้เกิดในปี 67 หรือ 68 และการที่ยกเลิกสัญญากับมหาวิทยาลัยบูรพา
“ผมจะให้มหาวิทยาลัยบูรพา นำข้อมูลไปให้กับป.ป.ช. เลย ถ้าคิดว่ามีความผิดปกติ ก็เชื่อว่าจะสามารถนำข้อมูลมาตรวจสอบกันได้หมด และในส่วนของกรม สถ. ผมเชื่อว่า ในการดำเนินการมีข้อมูลเอกสารหลักฐานตามกฎหมายอยู่แล้ว เพราะไม่เช่นนั้นกรมฯ ก็แย่ ซึ่งข้อเท็จจริง ณ ขณะนั้นนต้องบอมรับว่ามีกลุ่มผู้มาร้องเรียนนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย เวลานั้น ก็ให้ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างชัดเจน จึงมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงขึ้นมา”นายวรศิษฎ์ กล่าว
นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ปรากฏว่าคณะกรรมการสอบสวนฯ บอกว่าควรที่จะเพิ่มมาตรฐานในการสอบเพื่อให้เกิดการรัดกุมมากกว่านี้ ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นคือสัญญาใน TOR และงบประมาณ เปลี่ยนแปลงไปจึงไม่สามารถสามารถใช้ตัวเดิมได้ เพราะข้อแตกต่างในเรื่องรายละเอียดเยอะ ซึ่งตรงนี้ทาง สถ. ได้มีการปรึกษากับกรมบัญชีกลางในการหาผู้รับจ้างรอบใหม่ ซึ่งเรามีการสืบราคาทั้ง 67 มหาวิทยาลัย เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ แต่ละมหาวิทยาลัยก็แจ้งข้อมูลเข้ามาที่สำคัญ กระบวนการในการจัดซื้อจัดจ้าง จัดทำแบบ e-Bidding ฉะนั้น ทำไมมหาวิทยาลัยอื่นไม่ยื่น เพราะทุกมหาวิทยาลัยมีสิทธิ์ยื่น ซึ่งเป็นกระบวนการไม่มีการปิดกั้น
เมื่อถามว่านายรังสิมันต์ กังวลว่าเรื่องนี้จะมีการตัดตอน เพราะข้อมูลของทั้งมหาวิทยาลัยบูรพาและมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ให้ข้อมูลตรงกันคือมีการเรียกรับข้อมูล ที่มียศเหนือกว่าอธิบดี โดยมีการไปพูดคุยกันในเซฟเฮ้าส์ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ทั้ง 2 มหาวิทยาลัย ถ้ามีข้อมูลก็ควรส่งให้ป.ป.ช. ไม่ต้องส่งมาให้ตน ซึ่งท่านอาจจะไม่ไว้ใจตน เพราะเป็นฝ่ายการเมือง ดังนั้น ด้วยความบริสุทธิ์ใจขอให้ส่งไปที่ป.ป.ช. เพราะตนมั่นใจเหลือเกินว่าป.ป.ช. ทำงานเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา ถ้าจะมีการกีดกันหรือเข้าไปแทรกแซงจากฝั่งการเมือง ตนคิดว่าการเปิดโปงขบวนการทุจริตสอบครั้งนี้ คงไม่เกิดขึ้นแน่ เพราะทุกคนก็เห็นว่าบุคคลที่ถูกดำเนินคดีที่เข้าไปเกี่ยวข้องหลายคนอยู่ใกล้ชิด รู้จักสนิทสนมกัน ถ้าฝ่ายการเมืองจะเข้าไปกันเพื่อไม่ให้เกี่ยวข้อง คงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น เราไม่ได้สนใจว่าเป็นใคร เราสนใจแค่ว่าเขาทำอะไรมากกว่า
เมื่อถามว่ามหาวิทยาลัยบูรพา ยังสงสัยว่าทำไมถึงถูกปลดออกจากการจัดการสอบ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าทางมหาวิทยาลัยบูรพาคุยกับ สถ. อยู่ ถ้าต้องการข้อมูลอะไรเพิ่มเติม ก็มาคุยกันในรายละเอียดได้ และถ้าใครมีข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำที่ไม่สมควรกระทำก็ส่งป.ป.ช.ได้เลย เพราะเขาพร้อมอยู่แล้ว และตนเชื่อว่าป.ป.ช. มีข้อมูลพอสมควรอยู่แล้ว
เมื่อถามว่าไม่ใช่เป็นการฟอกขาวใช่หรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า “ไม่ใช่อยู่แล้ว เราไม่มีการฟอกถ้าฟอกก็พูดกันตรง ๆ ว่าระบบพังทั้งหมด รัฐบาลอยู่ไม่ได้หรอกครับ เราไม่ฟอกให้ใคร เราตรงไปตรงมาแน่นอน”
เมื่อถามว่าประเด็นเรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่นหากฝ่ายค้านจะมีการอภิปราย จะมีการตั้งรับอย่างไร นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ด้วยความยินดี เพราะเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านพึงกระทำ และเป็นเรื่องที่ดีด้วยที่เขาจะเข้ามาตรวจสอบ แต่เรายืนยันได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่าง และกระบวนการที่เกิดขึ้นทำอย่างตรงไปตรงมา รวมทั้งเหตุการณ์ไม่ได้เพิ่งเกิด เพราะครั้งนี้เป็นการสอบครั้งที่ 4 ทุกคนก็รู้








