วันที่ 18 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่มีแรงต้านโครงการใหญ่ของรัฐบาล ล่าสุดคือโครงท่าเรือน้ำลึก อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่บนฐานของเหตุผล ซึ่งรัฐบาลจะพัฒนาอะไรก็มีหน้าที่ต้องนำเสนอ ส่วนฝ่ายค้านก็ต้องคัดค้าน แต่การคัดค้านจะต้องมีเหตุผลว่าสิ่งที่คัดค้านเป็นผลดีหรือผลไม่ดีกับประเทศ ถ้าคัดค้านโดยที่ไม่มีการศึกษาดีเท่าที่ควร สุดท้ายผลกระทบก็จะกลับไปหาสิ่งที่พวกคุณกำลังประท้วง ซึ่งการประท้วง และยับยั้งสิ่งต่างๆที่รัฐบาลนำเสนอ บางส่วนเป็นพรรคฝ่ายค้านบางส่วนเป็นเอ็นจีโอ ซึ่งเราเห็นอยู่ว่าประเทศไทยจะทำอะไรสักสิ่งจะติดกับดักคำว่าเอ็นจีโอ แม้กระทั่งโครงการแลนด์บริดจ์ที่ยกเลิกไปแล้วก็ยังมาทวงถาม ขอฝากพวกเราคนไทยด้วยกัน อะไรที่คิดว่าเป็นประโยชน์กับประเทศควรช่วยกันพิจารณา ไม่ใช่นึกอยากจะค้านก็ค้านทุกเรื่อง อยากจะประท้วงก็ประท้วงทุกเรื่อง ตนเป็นคนแบบนี้พูดตรงไปตรงมา ให้พูดแบบอ้อมไปอ้อมมาไม่ใช่นิสัยของตน สวนมาสวนกลับก็ตรงๆแบบนี้
นายพิพัฒน์ ยังชี้แจงถึงแนวคิดการฟื้นโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ จังหวัดสงขลา ว่าไม่ใช่โครงการใหม่ แต่อนุมัติผ่านคณะรัฐมนตรีตั้งแต่สมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งตนคิดว่าควรนำกลับมารื้อฟื้นใหม่
ขณะที่ โครงการท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่สอง ตนอยากถามว่าผู้ที่ประท้วงเข้าใจเหตุผลที่เราจะย้ายไปที่จะนะหรือไม่ เนื่องจากพื้นที่หัวเขาแดงในส่วนพื้นที่หลังท่าเต็มความจุไม่สามารถขยายหรือรองรับได้มากกว่านี้ ประกอบกับไม่สามารถขุดก้นทะเลให้มีความลึก 9 เมตร ทำให้เรือใหญ่ไม่สามารถเข้าเทียบท่าได้ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการสะท้อนมาให้เรารับทราบว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะสร้างท่าเรือแห่งที่สอง ซึ่งเป็นการทำนิคมอุตสาหกรรมที่จะนะ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของ 3 จังหวัดภาคใต้ และอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เพื่อให้ลูกหลานในพื้นที่ไม่ต้องเดินทางออกมาทำงานนอกพื้นที่ และได้ทำงานใกล้บ้าน
เมื่อถามถึงกรณีในโซเชียลมีการปลุกม็อบขึ้นมาต้านรัฐบาล นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ต้องไปถามคนที่มาประท้วง แต่เมื่อเช้าตอนเข้ามาก็ไม่เห็นมี แต่ถ้าจะมาก็ไม่เป็นไร เราก็ต้อนรับ แต่ต้องถามว่ามาด้วยเหตุผลอะไร เพราะวันนี้แลนด์บริดจ์ยกเลิกแล้ว ส่วนโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ SEC ก็ระงับแล้ว พวกคุณจะมานั่งเพื่อต้องการรับแดดที่กรุงเทพฯก็ไม่เป็นไรเชิญตามสบาย ตนอาจจะใช้คำพูดที่แรงแต่จำเป็นแรงมาก็ต้องแรงไป








