วันที่ 13 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการทุจริตการสอบท้องถิ่น โดยระบุถึงความคืบหน้าในการเร่งให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ส่งสำนวนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในส่วนของรายชื่อผู้เข้าสอบจำนวน 5,925 ราย ที่ทาง สถ. ได้เคยเสนอไปยังคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ซึ่ง กสถ. มีมติให้นำเสนอคณะกรรมการกลางพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) รับทราบและมีการปรับปรุงบัญชีผู้สอบผ่านใหม่ให้ถูกต้องตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้วนั้น
นายอาสพลธ์ตั้งข้อสังเกตว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นว่าทาง สถ. จะดำเนินการส่งรายชื่อทั้ง 5,925 ราย ให้กับหน่วยงานที่ สถ. ได้ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ไว้ทั้ง 5 หน่วยงาน ประกอบด้วย สถ. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) จึงต้องการสอบถามว่าจะส่งรายชื่อดังกล่าวเมื่อใด เนื่องจากมีการทำ MOU ร่วมกันไว้แล้ว เพื่อดำเนินการในกรณีที่พบการทุจริต ประพฤติมิชอบ หรือการโกงข้อสอบต่างๆ
ในปัจจุบันมติของ ก.กลาง ได้ถูกส่งไปยังคณะกรรมการพนักงานส่วนท้องถิ่นระดับจังหวัด (ก.จังหวัด) เรียบร้อยแล้ว แต่ทาง สถ. ยังไม่ได้ส่งรายชื่อทั้ง 5,925 ราย ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ โดยทาง กมธ.ป.ป.ช. ได้มีโอกาสไปดูงานที่ ปปง. และสอบถามถึงประเด็นนี้ ซึ่งตัวแทนจาก ปปง. ชี้แจงว่ามีการทำ MOU ไว้แล้วจริง แต่ยังคงรอทาง สถ. ส่งรายชื่อมาให้ เพื่อที่จะได้ดำเนินการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินทั้งหมดต่อไป
"ท่านมีข้อมูลหมดอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบอะไรแล้วทั้ง 5,925 รายชื่อ เพราะข้อมูลที่ท่านมี ตรวจสอบความถูกต้องอยู่แล้ว ท่านจึงได้เสนอ ก.กลาง จนกระทั่งมีมติเพิกถอน และทำบัญชีผู้สอบผ่านใหม่ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องประวิงเวลา"
สำหรับสาเหตุความล่าช้านั้น นายอาสพลธ์ให้ความเห็นว่าอาจเป็นเพราะทางหน่วยงานลงนามใน MOU แล้วอาจจะลืม จึงต้องออกมากระทุ้งเพื่อตามเรื่องให้ผู้กระทำทุจริตได้รับโทษทั้งหมด ส่วนข้อสงสัยเรื่องความเกี่ยวข้องของนักการเมืองนั้น ทางกรรมาธิการพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อนำบุคคลที่เกี่ยวข้องมาซักทอด หากใครชี้แจงไม่ได้ก็ต้องรับผิดชอบ และเมื่อเซ็น MOU แล้วไม่ปฏิบัติตามก็จำเป็นต้องมีการติดตามทวงถามกัน
ส่วนกรณีที่กระทรวงมหาดไทยเตรียมให้มีการตรวจสอบรายชื่อผู้ที่หลุดไปอีกครั้งหนึ่ง นายอาสพลธ์มองว่าไม่น่าจะเป็นช่องทางให้ผู้ทุจริตกลับมาสวมรอยได้ เนื่องจากคะแนนปรากฏชัดเจนในกระดาษคำตอบอยู่แล้ว ซึ่งถือเป็นข้อเท็จจริงทั้งหมด
ในประเด็นการขยายผลไปถึงตัวการใหญ่นั้น นายอาสพลธ์ระบุว่า ขณะนี้ตรวจสอบพบไปถึงระดับ 10 แต่ผู้เกี่ยวข้องยังให้การปฏิเสธ ซึ่งแนวทางที่ทำได้คือการตรวจสอบธุรกรรมการเงินและการซักทอด โดยเปรียบเทียบกับกรณีการแก้ไขคะแนนของผู้ที่สอบผ่านอยู่แล้วให้มีคะแนนสูงขึ้น ซึ่งเมื่อมีการประกาศบัญชีใหม่ พบว่ามีรายชื่อ 97 รายยังคงอยู่ในบัญชีผู้สอบผ่าน ทั้งที่เป็นผู้ได้รับผลประโยชน์จากการแก้ไขคะแนน แม้จะมีหลักฐานแต่ยังพบว่าเป็นช่องว่างทางกฎหมาย อย่างไรก็ตาม สำหรับระดับ 11 หรือ 12 นั้น ตนไม่แน่ใจว่าทาง ป.ป.ช. มีหลักฐานมากน้อยเพียงใด แต่หากหลักฐานเชื่อมโยงไปถึง ก็เชื่อมั่นว่าจะสามารถนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้








