วันที่ 11 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สส.พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน รับยื่นหนังสือจากสภาองค์กรของผู้บริโภค กรณีขอให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของ ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สืบเนื่องจากคณะกรรมการสรรหา กสทช. มีมติเป็นเอกฉันท์ว่านายแพทย์สรณขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. ซึ่งภายหลังจากมีมติดังกล่าว พบความพยายามเรียกประชุมบอร์ด กสทช. ถึง 3 ครั้ง และในวันนี้เป็นการเรียกประชุมครั้งที่ 4 ซึ่งไม่สามารถดำเนินการประชุมได้เช่นกัน
ตัวแทนสภาองค์กรของผู้บริโภค ระบุว่าทางสภาฯ ต้องการให้คณะกรรมาธิการฯ ใช้อำนาจตามมาตรา 129 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงใน 4 ประเด็น ประเด็นแรกคือการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเลขาธิการ กสทช. และเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสทช. ที่ปล่อยให้นายแพทย์สรณเข้าร่วมประชุมบอร์ด กสทช. เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม, 5 สิงหาคม และ 6 สิงหาคม โดยไม่มีการยับยั้ง ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ประเด็นต่อมาคือกรณีที่นายแพทย์สรณยังคงปฏิบัติหน้าที่เป็นแพทย์รับค่าตอบแทนรายชั่วโมง ณ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จนถึงวันที่ 12 เมษายน 2565 หลังจากได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาแล้ว ซึ่งอาจเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อประธานวุฒิสภา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 และอาจเป็นการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพอิสระอื่นใดอันขัดต่อมาตรา 8 (3) ประกอบมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (พ.ร.บ. กสทช.)
นอกจากนี้ สภาผู้บริโภคยังขอให้ตรวจสอบกรณีภายหลังจากคณะกรรมการสรรหามีคำวินิจฉัยที่ 1/2569 แล้ว แต่นายกรัฐมนตรีไม่สั่งการให้นายแพทย์สรณหยุดปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงตรวจสอบว่ากรรมการ กสทช. และนายกรัฐมนตรีได้ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 3/1, 11, 43 และมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ประกอบกับมาตรา 5, 18 และ 20 วรรค 1 และวรรค 2 แห่ง พ.ร.บ. กสทช. รวมถึงมาตรา 3, 53 และ 164 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 หรือกฎหมายอื่นใดล่าช้าหรือไม่ จนเป็นเหตุให้การประชุมบอร์ด กสทช. ในวันที่ 27 กรกฎาคม, 5 สิงหาคม และ 6 สิงหาคม ไม่สามารถดำเนินการได้ ซึ่งอาจเป็นการกระทำหรือละเว้นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายและรัฐธรรมนูญ
ด้านนางสาวภคมน หนุนอนันต์ ประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า จะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมกรรมาธิการในวันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคมนี้ โดยมองว่าแม้จะมีกระแสข่าวว่านายกรัฐมนตรีได้นำความขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อถอดถอนแล้ว แต่กระบวนการจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมีการโปรดเกล้าฯ ลงมา จึงต้องจับตาความพยายามของนายแพทย์สรณในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้
นอกจากนี้ที่ประชุมจะหารือถึงประเด็นมติกรรมการสรรหาที่ระบุว่าขาดคุณสมบัติมาตั้งแต่ต้น ซึ่งอาจส่งผลถึงการเรียกคืนเงินเดือนและสวัสดิการย้อนหลัง ทั้งนี้ ประธานคณะกรรมาธิการฯ ตั้งข้อสังเกตถึงความพยายามในการดึงดันจัดประชุมหลายครั้งว่าอาจเกี่ยวข้องกับการลงนามในโครงการของกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือกองทุนยูโซ่ (USO) ที่มีงบประมาณสูงถึง 5,600 ล้านบาท
ซึ่งพบความผิดปกติจากการยกเลิกผลการประมูลของรัฐวิสาหกิจที่เคยประมูลได้ แล้วเปลี่ยนโครงการจนสุดท้ายเป็นกลุ่มเอกชนที่ได้รับงานไปแทน โดยเชื่อว่ากรรมการ กสทช. บางส่วนที่เห็นแก่ความยุติธรรมจะสามารถให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการตรวจสอบในครั้งนี้ได้
"เหตุใดนายแพทย์สรณจึงยื้อที่จะนั่งประธาน กสทช. และมีความพยายามที่จะประชุมให้ได้หลายต่อหลายครั้ง ดิฉันมีข้อมูลที่จะชี้แจงในที่ประชุมกรรมาธิการวันพฤหัสบดีนี้ว่าเหตุใดถึงดึงดันเหลือเกิน เพราะมีความพยายามที่จะต้องลงนามโครงการของกองทุนยูโซ่ งบประมาณประมาณ 5,600 ล้านบาท ซึ่งเป็นเครือข่ายทุนที่พอจะเดาได้ว่าเป็นกลุ่มใด และมีความไม่ชอบมาพากล เพราะโครงการยูโซ่ครั้งนี้จริงๆ แล้วมีรัฐวิสาหกิจประมูลได้แล้ว แต่มีการยกเลิกและเปลี่ยนโครงการไป สุดท้ายได้เอกชนกลุ่มนี้" นางสาวภคมน กล่าว








