วันที่ 24 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค (สภาผู้บริโภค) พร้อมด้วย รศ.ภญ.ดร.ยุพดี ศิริสินสุข รองเลขาธิการสำนักงานฯ นายอดิศักดิ์ สายประเสริฐ หัวหน้าหน่วยสนับสนุนขับเคลื่อนนโยบาย และอนุกรรมการด้านการขนส่งและยานพาหนะ และนายคงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ ผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมการด้านการขนส่งและยานพาหนะ เข้ายื่นหนังสือต่อ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อผลักดันนโยบายความปลอดภัยในการขนส่งสาธารณะ
โดยนางสาวสารีระบุว่า สภาผู้บริโภคในฐานะหน่วยงานตามพระราชบัญญัติจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค มีนโยบายหลักในการดูแลค่าโดยสารรถสาธารณะไม่ให้เกินร้อยละ 10 ของค่าแรงขั้นต่ำ แต่ในวันนี้ประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการคือเรื่องความปลอดภัย หลังพบปัญหาอุบัติเหตุจากรถทัศนศึกษาของนักเรียนที่ติดตั้งก๊าซไม่ได้มาตรฐาน จึงขอเสนอให้มีการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่รถโดยสารที่ปลอดภัยมากขึ้น เช่น รถพลังงานไฟฟ้า (EV) รวมถึงการเข้มงวดในการกำกับดูแลการขนส่งก๊าซหุงต้มและก๊าซที่ใช้ในภาคขนส่งเพื่อลดความเสี่ยงบนท้องถนน
นายอดิศักดิ์ยื่นข้อข้อเสนอต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อปิดช่องว่างทางกฎหมาย อาทิ การทบทวนหลักเกณฑ์เฉพาะสำหรับการขนส่งถัง LPG ภายใต้กฎหมายขนส่งวัตถุอันตราย การกำหนดระบบตรวจสอบความพร้อมก่อนออกเดินรถและก่อนขนถ่าย LPG โดยต้องเปิดเผยข้อมูลตรวจสอบต่อสาธารณะ การจัดการความเสี่ยงด้านเส้นทางขนส่งก๊าซที่ผ่านเขตชุมชนและที่อยู่อาศัย โดยต้องมีการรายงานต่อกรมการขนส่งทางบกอย่างต่อเนื่อง
รวมถึงการยกระดับการอบรมผู้ขับขี่และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับ LPG ให้มีมาตรฐานเทียบเท่าสากล การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยรถโดยสารสาธารณะและส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านไปสู่รถเมล์ไฟฟ้า (EV) ในทุกจังหวัด โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสามารถขอใบอนุญาตประกอบการขนส่งได้ และการจัดทำระบบรายงานเหตุและหลักประกันความรับผิดชอบเพื่อเยียวยาผู้เสียหายอย่างทันท่วงทีโดยไม่ต้องไปฟ้องร้องคดีเอง
ด้านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวตอบรับข้อเสนอพร้อมขอบคุณสภาผู้บริโภคที่เป็นแรงผลักดันสำคัญในหลายนโยบาย เช่น ค่าโดยสารตั๋วร่วม 17-45 บาท ที่คณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบไปเมื่อวานนี้ รวมถึงความคืบหน้าของกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค หรือ Lemon Law ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญในการคุ้มครองสิทธิ์กรณีได้รับสินค้าไม่ตรงปก
สำหรับข้อเสนอเรื่องการขนส่งก๊าซ LPG ทางกระทรวงฯ รับไปดำเนินการเพราะปัจจุบันเมืองมีความหนาแน่นมากขึ้น จึงต้องมีระบบกำกับดูแลการส่งก๊าซตามบ้านเรือนและร้านค้าที่รัดกุมขึ้น ส่วนกรณีรถโดยสารที่ใช้ก๊าซ LPG และ NGV ได้สั่งการให้เพิ่มศักยภาพการตรวจสภาพรถให้เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะในช่วงก่อนเปิดเทอม พร้อมยืนยันว่ากระทรวงคมนาคมมีนโยบายสนับสนุนให้รถขนส่งเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาด และจะเร่งออกมาตรการช่วยเหลือเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านจากก๊าซธรรมชาติไปสู่พลังงานสะอาดโดยเร็วที่สุด








