วันที่ 5 ส.ค.69 พลตรี วินธัย สุวารี โฆษก ทบ ชี้แจง จากกรณีที่สื่อมวลชนสอบถามกองทัพบกเกี่ยวกับการที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีการแถลงและนำภาพบังเกอร์ของทหารมาเผยแพร่ต่อสาธารณะนั้น ว่า
1. จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า ภาพดังกล่าวเป็นบังเกอร์ในพื้นที่ชายแดนด้านจังหวัดตราด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาและปรับปรุงฐานที่มั่นทางยุทธวิธี เพื่อเสริมความมั่นคงของพื้นที่วางกำลังในลักษณะเร่งด่วน โดยดำเนินการก่อนเกิดการปะทะรอบที่ 2 ครอบคลุมทั้งเครื่องกีดขวาง ศูนย์สื่อสาร และองค์ประกอบต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีพและความอยู่รอดของกำลังพลในสนามรบ ซึ่งเป็นหลักการทางยุทธวิธีที่ทุกเหล่าทัพยึดถือในการปฏิบัติ
สำหรับประเด็นงบประมาณ จากข้อมูลที่ได้รับในเบื้องต้น เข้าใจว่าเป็นงบประมาณที่ใช้สำหรับการพัฒนาและเสริมความพร้อมของฐานที่มั่นโดยรวม มิใช่งบประมาณที่จัดสรรเพื่อก่อสร้างบังเกอร์หรือหลุมบุคคลเพียงอย่างเดียว ดังนั้น การนำเสนอข้อมูลที่ระบุว่าเป็นงบประมาณสำหรับสร้างบังเกอร์โดยเฉพาะ อาจทำให้สังคมเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงได้
2. ต่อกรณีดังกล่าว ควรมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง จากหน่วยเกี่ยวข้องก่อน เพื่อให้เป็นตามขั้นตอนกลไกของระบบราชการที่มีอยู่ เพื่อข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนในฐานะที่เป็นหน่วยงานตามกลไกของรัฐสภา ก่อนจะนำไปสื่อสารออกสู่สาธารณะ เพราะจะทำให้สังคมเข้าใจผิดต่อหน่วยงานได้
3.ซึ่งจากที่ได้มีการติดตามการนำเสนอข่าวดังกล่าวแล้ว พบว่ามีการแสดงความคิดเห็นจากคนจำนวนมาก ในลักษณะเชิงต่อว่า และตำหนิ หน่วยงาน โดยเฉพาะมีหลายความเห็นมีการใช้คำพูดที่รุนแรงในลักษณะหมิ่นประมาทต่อบุคคลและหน่วยงาน
4.การแสดงออกถึงความห่วงใยความปลอดภัยต่อพี่น้องทหารผู้ปฏิบัติหน้าที่ ย่อมเป็นสิ่งที่ดี แต่ในขณะเดียวกันบางมุมการแสดงออกบางอย่างโดยเฉพาะการด่วนสรุปโดยไม่สอบถามหน่วยเกี่ยวข้องเพื่อให้ได้ความชัดเจนก่อน จึงอาจทำให้คนส่วนใหญ่เข้าใจไปในลักษณะเหมือนจ้องที่จะประจานหน่วยงานมากกว่า ซึ่งอาจดูเหมือนหวังดีแต่ประสงค์ร้าย
5. กองทัพเข้าใจและเคารพต่อความห่วงใยของประชาชนที่มีต่อความปลอดภัยของกำลังพล ซึ่งเป็นเรื่องที่ให้ความสำคัญสูงสุด กองทัพบกพร้อมรับฟังทุกข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ โดยหวังว่าทุกฝ่ายจะร่วมกันใช้กลไกที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพ เพื่อให้การตรวจสอบนำไปสู่การแก้ไขและพัฒนาร่วมกัน
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการการทหารเป็นกลไกของรัฐสภาที่มีกระบวนการตรวจสอบที่ชัดเจน หากได้รับเรื่องร้องเรียนหรือพบประเด็นที่ควรตรวจสอบ ควรดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด โดยมีการประชุมพิจารณา รับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย และตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน ก่อนจะมีข้อสรุปและสื่อสารต่อสาธารณะ เพื่อให้ข้อมูลที่นำเสนอมีความครบถ้วน ถูกต้อง และเป็นไปตามหลักการตรวจสอบของรัฐสภา








