วันที่ 4 สิงหาคม 2569 ที่ห้อง 607 ชั้น 6 อาคารรัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน พร้อมด้วย นางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ และนายภัณฑิล น่วมเจิม สส. พรรคประชาชน ร่วมกันจัดงานเวทีเจาะลึกหลักฐานคดี ‘โกง สว.’ ภาคพิเศษ ภายใต้หัวข้อ “เราไว้ใจ กกต. ได้แค่ไหน?” โดยมีนักวิชาการและผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์และหาทางออกต่อกรณีการทุจริตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงในขณะนี้
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ ได้สะท้อนมุมมองต่อระบอบการเมืองไทยหลังปี 2557 ว่ากำลังเผชิญกับสภาวะ "ธนาธิปไตย" อย่างสมบูรณ์ในรอบที่สอง ซึ่งมีความรุนแรงกว่าเดิม ส่งผลให้เกิดการทุจริตในทุกระดับและทุกพื้นที่ ทั้งปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนและการทุจริตเชิงนโยบายที่มีการแสวงหาผลประโยชน์อย่างไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายหรือหลักคุณธรรมจริยธรรม
โดยความล้มเหลวที่เกิดขึ้นสะสมจนทำให้ประเทศตกต่ำ รัฐบาลขาดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการปัญหาที่พอกพูน จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องปฏิรูปประเทศไทยในทุกมิติ และเรียกร้องให้พรรคการเมืองรวมถึงนักการเมืองที่มีเจตนารมณ์ดีร่วมกันผลักดันการเปลี่ยนแปลงโดยไม่แบ่งแยกฝ่าย เพื่อนำพาประเทศไปสู่ความเจริญก้าวหน้าเท่าเทียมอารยประเทศ
สำหรับการแก้ปัญหาที่มาของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ธีรภัทร์ เสนอให้เร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวข้องกับที่มาของ สว. ใหม่ทันที โดยไม่ต้องรอการยกร่างใหม่ทั้งฉบับ ซึ่งอาจมีความไม่แน่นอนสูง โดยเสนอให้ใช้รูปแบบเดียวกับรัฐธรรมนูญปี 2540 คือให้ สว. มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน พร้อมทั้งเสนอมาตรการป้องกันเครือข่ายนักการเมืองครอบงำด้วยการเพิ่มคุณสมบัติผู้สมัครให้สูงขึ้น เช่น กำหนดอายุขั้นต่ำที่ 45 หรือ 50 ปี และวุฒิการศึกษาต้องระดับปริญญาโทขึ้นไป นอกจากนี้ยังเสนอให้เปลี่ยนวิธีการเลือกตั้งเป็นแบบ "เลือกได้เพียงคนเดียว" แม้ในเขตที่มี สว. ได้หลายคน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สมัครที่มีชื่อเสียงและเกียรติประวัติที่ดีงามมีโอกาสได้รับเลือกจากประชาชนมากขึ้น
ในช่วงท้าย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ธีรภัทร์ ได้หยิบยกวาทะของ จอร์จ ออร์เวลล์ (George Orwell) ผู้เขียน "Animal Farm" มาเตือนสติสังคม โดยระบุว่านักการเมืองที่คอร์รัปชันและชั่วช้าเกิดขึ้นได้เพราะมีประชาชนบางกลุ่มให้การสนับสนุน ซึ่งประชาชนเหล่านั้นไม่ใช่เหยื่อ แต่ถือว่าเป็น "ผู้สมรู้ร่วมคิด" กับนักการเมืองเหล่านั้นด้วย ดังนั้นประชาชนจึงต้องตระหนักและร่วมมือกันทั้งประเทศเพื่อขจัดปัญหาการทุจริตและร่วมกันตรวจสอบการทำหน้าที่ของหน่วยงานรัฐอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันไม่ให้คนไม่ดีเข้ามามีอำนาจปกครองบ้านเมือง
“ระบอบธนาธิปไตยหลังปี 2557 เป็นธนาธิปไตยสมบูรณ์รอบที่ 2 ที่หนักกว่าเดิม กกต. จำนวนมากกว่าครึ่งมาจากการเลือกของ สว. ที่ถูกกล่าวหาว่าฮั้ว ท่านจะมีน้ำหน้าอะไรมาพิจารณาเรื่องนี้ ทางเดียวที่จะแก้ข้อกล่าวหาได้ดีที่สุดว่าท่านไม่ใช่คนของใคร ท่านไม่ได้มาจากระบบอุปถัมภ์ คือท่านต้องส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณา ถ้าพยานหลักฐานไม่ครบถ้วน ศาลท่านก็ยก เพราะตอนนี้เหลือสถาบันตุลาการเพียงสถาบันเดียวที่เราพอจะยอมรับได้ แต่ถ้า กกต. ไม่ส่งคดีขึ้นศาล ต้องเล่นงานให้ติดคุกให้ได้ในฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ผมอยากเห็น กกต. เหมือนกับชุดแรกที่เคยบอกว่า จะไม่ยอมให้นักเลือกตั้งสกปรกเหยียบตีนบันไดรัฐสภา ดังนั้นควรไต่สวนให้เรียบร้อยก่อนรับรองเขา" ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ธีรภัทร์ กล่าว








