“พูนศักดิ์ จันทร์จำปี” สส.พรรคประชาชน รับเรื่องร้องเรียนชาวพนัสนิคม จ.ชลบุรี ลงพื้นที่ลุยสอบโรงงานอุตสาหกรรมแอบปล่อยสารเคมี-น้ำกรดเข้มข้นกว่า 10,000 ลูกบาศก์เมตร ลงแหล่งน้ำประปาหมู่บ้าน แฉสวนอุตสาหกรรมดังอาจผิด EIA สั่งกรมควบคุมมลพิษ-กรมโรงงานฯ เร่งตรวจสอบ พร้อมจี้ท้องถิ่นสอบบ่อดินรุกที่สาธารณะ ส่งเรื่องถึง “กมธ.กฎหมาย” ดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด
วันที่ 31 ก.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคประชาชน ในฐานะคณะกรรมการเชิงประเด็นสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติ พรรคประชาชน แถลงข่าวกรณีได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ถึงปัญหาการลักลอบทิ้งสารเคมีและปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำประปาหมู่บ้าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและสุขภาพของประชาชนในวงกว้าง โดยระบุว่า คณะทำงานได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว และพบข้อสงสัยสำคัญใน 4 ประเด็นหลักคือ สร้างผลกระทบด้านมลภาวะ ทั้งฝุ่นละออง เสียงดัง และกลิ่นรบกวนจาก สารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ซึ่งจัดเป็นสารก่อมะเร็งชนิดหนึ่ง เบื้องต้นได้ประสานงานไปยังสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี และกรมควบคุมมลพิษ เพื่อเข้าตรวจวัดระดับสารเคมีอย่างเร่งด่วนแล้ว นอกจากนี้ ยังพบข้อสังเกตเกี่ยวกับที่พักคนงานภายในสวนอุตสาหกรรมดังกล่าว ที่มีการก่อสร้างมากถึง 200 ห้อง ซึ่งอาจขัดต่อรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ที่ได้รับอนุมัติไว้เพียง 80 ห้องเท่านั้น โดยทางพรรคประชาชนได้ทำหนังสือส่งถึงสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ให้เร่งเข้าตรวจสอบความถูกต้องทันที
นายพูนศักดิ์ กล่าวต่อถึงกรณีของ บริษัท อุตสาหกรรมสีเขียวน้ำใส จำกัด ที่ปรากฏในข่าวก่อนหน้านี้ว่า จากการตรวจสอบน้ำในบ่อเก็บน้ำของโรงงานพบว่า มีฤทธิ์เป็นกรดรุนแรง และมีปริมาณน้ำเสียสะสมสูงถึง 10,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเสี่ยงต่อการรั่วซึมและแพร่กระจายสู่สิ่งแวดล้อมภายนอกอย่างยิ่ง
“จากการตรวจสอบเอกสาร พบว่าโรงงานแห่งนี้มีการยื่นขอนำของเสียออกไปกำจัดนอกโรงงานทุกปี แต่ในความเป็นจริงกลับไม่พบประวัติการนำของเสียออกนอกพื้นที่เลย จึงขอให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมเข้าตรวจสอบซ้ำว่า ของเสียเหล่านั้นถูกนำไปกำจัดจริงหรือไม่ ส่งไปที่ใด และหากไม่ได้นำออกไป ปัจจุบันของเสียอันตรายเหล่านั้นซุกซ่อนอยู่ที่ไหน” นายพูนศักดิ์ กล่าว
นายพูนศักดิ์ กล่าวว่า ได้รับข้อร้องเรียนเรื่องการขุดบ่อดินหลายแห่งในพื้นที่ อ.พนัสนิคม ที่ดำเนินการโดยไม่มีการเว้นระยะ "พื้นที่กันชน" (Buffer Zone) ตามกฎหมาย จึงขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด เร่งทบทวนการอนุญาตประกอบกิจการบ่อดินทั้งจังหวัด นอกจากนี้ ยังตรวจพบว่ามีบางแห่งลักลอบขุดตักดินในพื้นที่สาธารณะมาเป็นประโยชน์ส่วนตัวอีกด้วย
“ทั้ง 4 กรณีนี้ คณะทำงานจะเร่งติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยใน 3 กรณีแรก ทั้งเรื่องสวนอุตสาหกรรมคลาวด์และบ่อน้ำกรดรุนแรง เราจะทำหนังสือชี้แจงไปยังบริษัทเอกชนและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ส่งคำชี้แจงกลับมายังคณะทำงาน ส่วนกรณีการรุกที่สาธารณะและบ่อดินผิดกฎหมาย เราได้ส่งเรื่องต่อไปยัง คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และการตำรวจ เพื่อดำเนินการพิจารณาและสอบสวนตามขั้นตอนกฎหมายขั้นเด็ดขาดต่อไป” นายพูนศักดิ์ กล่าว








