จากกรณีที่มีกระแสข่าวทนายคนหนึ่งในภาคอีสาน เคยต้องโทษจำคุก 16 ปี ในคดียาเสพติด ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเพื่อลบประวัติแล้วมาสมัครเป็นทนายความจนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์นั้น
ล่าสุดวันนี้ (30 ก.ค.69) นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว ระบุว่า ข้อแรกตนชื่อ ภัทรพงศ์ ศุภักษร ไม่เคยเปลี่ยน ตอนเกิดนะไม่ได้ชื่อนี้ ตอนเกิดมาคุณหมอไปแจ้งเกิดว่าเด็กชายเกรียงไกร นามสกุล พรไธสง หลังจากนั้นพ่อผมก็อยู่โรงพยาบาล 2-3 วัน แล้วก็นำมาที่บ้าน ก็เปลี่ยนจากเด็กชายเกรียงไกร เป็นเด็กชายภัทรพงศ์ พรไธสง ต่อมาอายุตนอายุ 9 ปี พ่อก็เปลี่ยนนามสกุลจาก พรไธสง มาเป็น ศุภักษรตนใช้นายภัทรพงศ์ ศุภักษร ตั้งแต่อายุ 9 ปี จนปัจจุบันไม่เคยเปลี่ยนนามสกุล
“ผมไม่เคยติดคุก ไม่เคยถูกดำเนินคดีข้อกล่าวหาอาญาร้ายแรงอะไรเลย มีบ้างใบสั่งนะ อย่าหาว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยครับ ผมจะไปทำผิดกฎหมายอาญาได้อย่างไร ผมเป็นทนายความมา 10 กว่าปี ไม่เคยโกงที่หลวง ไม่เคยตั้งตัวเป็นอั้งยี่ซ่องโจร ถวิลหาอำนาจ คิดการใหญ่ล้มล้างการปกครอง ไม่เคย ไม่เคยโกง ไม่เคยโกงเงินภาษี ไม่เคยโกงอะไรทั้งปวง ไม่เคยโกง ขึ้นชื่อว่าโกงไม่เคย”
นายภัทรพงศ์กล่าวต่อว่า เปิดมาเลยนะข้อมูลจากไอ้แก๊งบุรีรัมย์ เอามาเปิดเลย เปิดดีๆ เอาข้อมูลมาเปิด เอาดีๆ เปิดมาเลย เอาให้มันลูกผู้ชาย ทนายอั๋น บุรีรัมย์ คนนี้ไม่มีข้อหาไหนที่จะมาเอามาเล่นแล้วใช่ไหม ก็เปิดมาเลย ทนายอั๋น บุรีรัมย์ เคยติดคุกอย่างนั้นอย่างนี้ จำได้ไหมครับ ท่านเสรีพิศุทธ์ เคยมาบอก มึงเปิดมาเลยสิ วันนี้อายุ 40 ปี ถ้าเกิดว่าติดคุก 16 ปี ตอนนั้นอายุเท่าไร เป็นทนายความตั้งแต่ปี 2552
“วันนี้จะเล่นอะไรกับผม ซึ่งผมไม่หยุดหรอก ผมจะบอกให้ ผมมี 4 ภารกิจหลักๆ เดี๋ยวจะจัดการเร็วๆนี้ ข้อ 1 เปิดเส้นเงินฮั้ว สว. ไม่ใช่ที่พรรคประชาชนเอามาเปิด แค่ส่วนกระติ๊ดเดียว ผมจะเปิดทั้งระบบ
ข้อ2 จะเปิดเส้นเงิน จ.อำนาจเจริญ ฮั้ว สว. ละเอียด
ข้อ 3 สหายที่ไหนจำไม่ได้นะ ที่จังหวัดไหนไม่รู้ ถูกศาลตัดสินขาดคุณสมบัติทางการเมือง ผมจะเปิดว่าสหายคนนี้โอนทรัพย์สินให้ลูกและให้เมีย ลูกเมียก็ต้องโดนด้วย
ข้อ 4 จะเปิดว่า ประธานนักเรียน ประธานโรงเรียนที่ไหนสักแห่งไปยึดถือครอบครองทำประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก. ต้องโดนไหม ศาลตัดสินแล้วด้วยคดีนั้นแล้ว แล้วถ้าจำไม่ผิดคืนให้หลวง หามาสิ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ มีความชั่วแบบพวกนั้นนะหามา เอาล่ะ สนุก มาเลย แบบไหนก็มาเลยนะ”
เเหล่งข่าวจากกระบวนการยุติธรรม เเจ้งว่า ทนายความคนดังกล่าวที่มีกระแสข่าวว่าต้องโทษจำคุก 16 ปี เเละเปลี่ยนชื่อก่อนมาประกอบอาชีพทนายความนั้น ไม่ใช่นายภัทรพงศ์ เเต่นายสกุลของทนายความคนนั้นพ้องกับนามสกุลของนายภัทรพงศ์ โดยช่วงที่ทนายความคนดังกล่าวโดนจำคุกระหว่างปี 2542 - 2558 ในคดียาเสพติดที่เรือนจำจังหวัดพล
ทั้งนี้หากเทียบข้อมูลที่นายภัทรพงศ์ระบุว่าตอนนี้นายภัทรพงศ์อายุ 40 ปี และประกอบอาชีพทนายความมากว่า 10 ปี เเต่ช่วงเวลาที่ทนายความคนดังต้องโทษจำคุก นายภัทรพงศ์น่าจะยังศึกษาในระดับมัธยมศึกษา ต่อด้วยมหาวิทยาลัย และเพิ่งเริ่มประกอบอาชีพทนายความเเละทราบว่าทนายความคนนั้นอายุมากกว่านายภัทรพงศ์หลายสิบปี เเละกรณีนี้ไม่ได้ระบุถึงนายภัทรพงศ์เเต่อย่างใด








