“อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯ ยืนยันเดินหน้าปราบปรามการทุจริตสอบท้องถิ่นอย่างจริงจัง ชี้ระบบไม่ได้หย่อนยานแต่ปัญหาอยู่ที่ตัวบุคคล เผยเพียง 2 สัปดาห์สามารถจับกุมผู้กระทำผิดเข้าคุกได้แล้ว 3 ราย พร้อมขยายผลเช็กเส้นทางการเงิน การันตีไม่ใช่ "มวยล้มต้มคนดู" ชมประธาน ป.ป.ช. ลงมานั่งคุมคดีด้วยตัวเอง คาด "ปกรณ์" ส่งรายงานสรุปภายใน 2-3 วันนี้
วันที่ 28 ก.ค.2569 ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเข้ากระทรวงมหาดไทย เพื่อหารือกับคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ได้ออกตัวก่อนที่จะสัมภาษณ์ว่าขอให้ถามเรื่องดี ๆ ถามเรื่องที่เป็นมงคล มีข่าวดี ๆ ให้คนไทย ก่อนกล่าวต่อว่าวันนี้ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยได้รวมตัวกันลงนามถวายพระพรในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งอยู่ใกล้กับกระทรวงมหาดไทย จึงได้มีการเชิญหารือแบบไม่เป็นทางการ ไม่ได้มีวาระอะไร ซึ่งตนเองต้องจัดเวลาในการเข้ามากระทรวงมหาดไทย อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วัน ถึงแม้ว่าจะทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลหรือข้างนอก ก็ต้องหาเวลามาพบปะกับผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย เพื่อทำให้ทุกอย่างดีขึ้นในการให้บริการประชาชน
เมื่อถามว่าเป็นเพราะที่ผ่านมามีการหย่อนยานหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าไม่ได้หย่อนยาน แต่เราต้องการให้ทุกอย่างเดินตามกลไกของตัวเอง ยืนยันว่าตัวระบบไม่ได้หย่อนยานแน่นอน และตัวระเบียบก็ไม่ได้หย่อนยาน แต่คนใช้ระเบียบและระบบมีความไม่สุจริต เพราะฉะนั้นมันอยู่ที่คน เพราะตอนที่เราตั้งคนเหล่านั้นขึ้นมา เขาดูแล้วว่าเขาเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ มีความซื่อสัตย์สุจริต ต้องดูว่าทำไมถึงเกิดเหตุเหล่านี้ขึ้นได้ ซึ่งต้องมาแก้ไข
เมื่อถามว่าการเข้ากระทรวง สัปดาห์ละ 2 วัน จะเป็นการเข้ามาขันน็อตเรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่นหรือเรื่องมาเฟียในพื้นที่ต่าง ๆ หรือไม่ นายอนุทินถามกลับว่าเรื่องมาเฟียแปลว่าอะไร
เมื่อถามว่าได้ยกตัวอย่างเรื่องการปราบมาเฟียในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต นายอนุทิน กล่าวว่าเป็นชาวบ้านทั่วไปที่ทำตัวเป็นผู้มีบารมี มีอิทธิพล เราจึงลงไปแก้ไข มันคนละเรื่องกัน ซึ่งเรื่องดังกล่าวต้องร่วมกับทางจังหวัด ตำรวจ ทหาร หน่วยงานความมั่นคง
เมื่อถามว่าปัญหาต่าง ๆ จะกระทบต่อความศรัทธาและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาลหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่าตนเองเชื่อว่าหากมีปัญหา คนที่คิดทุจริตเราไปห้ามจิตใจเขาไม่ได้ เมื่อมันเกิดเหตุขึ้นมาภายในกี่สัปดาห์ เพียงแค่ 2 สัปดาห์กว่า ๆ ก็จับโกงได้เกือบหมดแล้ว และคณะกรรมการที่ได้รับมอบอำนาจให้ไปดำเนินการก็ประกาศเพิกถอนรายชื่อคนที่ทุจริตแล้ว ด้วยกลไกของรัฐบาลที่เรามีทั้งหมด ทำให้เราสามารถหาจุดที่ทำผิดได้ แล้วเรื่องนี้ไม่มีประสิทธิภาพตรงไหน หาได้ครบหมดเลย เดี๋ยวจะมีมาต่อเรื่อย ๆ โดยเมื่อวานนี้ (27 ก.ค.) มี 7 แอ็กชั่นแล้ว โดยวันนี้นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาการอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หรือ สถ. ก็บอกว่าวันนี้แอ็กชั่นที่ 8 มาแล้ว ส่วนรายละเอียดเป็นอย่างไรให้ถามเจ้าตัว รวมไปถึงจะมีแอ็กชั่นที่ 9-10 ด้วย ซึ่งทุกอย่างจะถูกตีแผ่ออกมา
นายอนุทินกล่าวอีกว่าเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนได้พบกับนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธาน ป.ป.ช. โดยท่านได้บอกว่าในส่วนของ ป.ป.ช. ท่านมาเป็นประธานในคณะอนุกรรมการ ป.ป.ช. ในการสืบสวนสอบสวน ซึ่งนาน ๆ เราจะได้เห็นปรากฏการณ์แบบนี้สักที ตนยิ่งมีความสบายใจและดีใจไปใหญ่ว่าเรื่องนี้จะไม่มีทางเป็นมวยล้มต้มคนดู ขนาดประธาน ป.ป.ช. ยังใส่ใจลงมาดูคดีด้วยตัวเอง ตนเองในฐานะรัฐบาลก็มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี โดยจะได้ทำหนังสือรายงานมายังตนภายใน 2-3 วันนี้ ซึ่งทุกอย่างจะมาบรรจบกัน และจะเห็นกระบวนการอันชั่วร้ายนี้ทั้งหมด
เมื่อถามว่าเมื่อเห็นรายงานของนายปกรณ์ หากพบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องต้องถูกดำเนินคดี นายอนุทินกล่าวว่าตอนนี้อยู่ในคุก 3 คนแล้วนะ ประกันตัวก็ไม่ได้ ออกหมายเรียกแล้วไม่รู้ตั้งกี่คน และยังไม่นับไปถึงผู้ที่ร่วมกระทำผิด เจ้าของกระดาษคำตอบที่คะแนนในกระดาษกับในประกาศไม่ตรงกัน รวมถึงตัวคนประกาศผล คนที่ดำเนินการ ทุกอย่างต้องใช้เวลา แต่เชื่อว่าใช้เวลาไม่นาน และหากถามตนเองก็คิดว่าการทำงานมีประสิทธิภาพสูงมาก สามารถรวบรวมวงจรนี้มาได้ในระยะเวลาที่รวดเร็ว และยังขยายผลไปถึงเส้นเงิน การใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ มีหลายหน่วยงานที่ร่วมกันดู และสุดท้ายแม่น้ำเหล่านี้ก็จะมาบรรจบกัน หวังว่าผลทุกอย่างจะตรงกัน ซึ่งเป็นการถ่วงดุลทำให้ทุกสายต้องทำงานด้วยความแม่นยำ ความจริงจัง ไม่เห็นแก่หน้าอิฐหน้าพรหมที่ไหน และเมื่อทุกอย่างมาบรรจบกันก็เป็นสิ่งที่น่าเชื่อถือได้








