วันที่ 27 ก.ค.69 รายงานข่าวจากรัฐสภา แจ้งว่า จากกรณีวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 กรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) จัดกิจกรรม"ครบรอบ 2 ปี เลือก สว.-เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว. (ภาค 2)" โดยมีวิทยากรหลายคนร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เช่น นางสิริพรรณ นกสวน สวัสดี นักวิชาการรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ (iLaw) รวมทั้งผู้สมัคร สว. 4 คน อาทิ นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท ผู้สมัคร สว.จังหวัดมหาสารคาม เเละอดีต สว.พรรคไทยรัก ไทยสองสมัย
รวมถึงกรณีที่นายพริษฐ์อ้างว่า การเจาะลึกหลักฐาน ขบวนการโกง สว.ทั้ง 5 ฉาก คือ 1 “วางแผน” แบ่งทีม ยึดวุฒิสภา (ก่อน พ.ค. 2567) 2. “จัดตั้ง-จ้างคน” มาสมัคร เพื่อให้ผ่านระดับอำเภอ-จังหวัด (พ.ค.-มิ.ย. 2567) 3. รวมพลตาม “ศูนย์ทำโพย” ก่อนการเลือกระดับประเทศ (24-25 มิ.ย. 2567) 4. เลือกตาม “โพยใบสั่ง” ในการเลือกระดับประเทศ (26 มิ.ย. 2567) 5. “ปฐมนิเทศ” สว. ใหม่ ก่อนเริ่มงาน & เลือกประธาน (ก.ค. 2567)
โดยข้อมูลทั้งหมด นายพริษฐ์ อ้างว่า ได้มาจากทั้งพยานบุคคลที่เปิดตัวบนเวทีวิปฝ่ายค้านทั้ง 2 ครั้ง พยานบุคคลที่ส่งข้อมูลมาส่วนตัว ข้อมูลจาก iLaw ข้อมูลจากภาคประชาชนหลายกลุ่มที่ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอยู่อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งนายยิ่งชีพโพสต์ในเฟซบุ๊คหลายวันก่อนว่าหากผู้สมัครสว.รายใดมีหลักฐานการฮั้วสว. รวมทั้งการจ่ายเงินของบางพรรค หากสนใจจะส่งข้อมูลนี้ให้ไอลอว์นั้น นายยิ่งชีพพร้อมจะชำระเงินให้สองเท่าจากราคาที่บางฝ่ายเคยเจรจาเงินในการฮ้้วสว.ปี2567เพื่อนำมาจัดเตรียมไว้เปิดเผยกับสังคม ใช้ในการสู้คดีหมิ่นประมาทกับเเกนนำพรรคภูมิใจไทยนั้น
“ข้อมูลที่ไอลอว์นำมาเปิดเผยกับเวทีพรรคฝ่ายค้านสองครั้งที่ผ่านมาพบว่า นายยิ่งชีพ ระบุว่าข้อมูลนี้คือข้อมูลร้อยละห้า จากสำนวนกว่า 80,000 หน้า ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) สอบสวนและส่งให้กกต. ดำเนินการ รวมทั้งพร้อมจะเปิดข้อมูลเส้นทางการเงินของการฮั้ว สว.เพิ่มเติมหลังจากนายยิ่งชีพอ้างล่าสุดว่า พบข้อมูลผู้ช่วย สส. นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทยโอนเงินให้ผู้สมัคร สว. 11 รายการ ก่อนวันลงคะเเนนเพียงวันเดียวและขอให้เเกนนำพรรคภูมิใจไทยที่จะเเจ้งความข้อหาหมิ่นประมาทกับนายยิ่งชีพออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณะในสิ่งที่นายยิ่งชีพเเละนายพริษฐ์ตั้งคำถาม
ส่วนข้อมูลของนางกุสุมาลวตี (ผู้สมัคร สว.มหาสารคาม)ยอมรับว่าเคยไปประสาน กับเเกนนำพรรคภูมิใจไทย เพื่อขอคะเเนนให้ตนได้รับการคัดเลือกเป็นสว.เเต่ไม่สามารถตกลงกันได้จึงนำข้อมูลของตนมาเผยเเพร่กับสังคม เท่ากับว่าหากนางกุสุมาลวตี ประสานพรรคภูมิใจไทยได้ ก็อาจจะไม่ออกมาเคลื่อนไหวในครั้งนี้
แหล่งข่าวระบุว่า ก่อนหน้านี้นายยิ่งชีพยอมรับว่าข้อมูลที่ได้รับมาจากพยาน (ผู้สมัคร สว.-สว.สำรอง) คือ ใช้คำบอกเล่าของพยาน และนายยิ่งชีพนำมาเผยเเพร่ทำให้เกิดสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจ นายยิ่งชีพระบุว่าพร้อมจ่ายเงินสองเท่าให้พยานหากนำข้อมูลการฮั้ว สว.มามอบให้นั้น การเสนอจ่ายเงินดังกล่าวนับว่าผิดกฎหมาย ใช้เป็นพยานหลักฐานในชั้นศาลไม่ได้ เพราะได้มาโดยไม่สุจริต อาจมีการปั้นแต่งพยานหลักฐานเท็จขึ้น ตรงนี้น่าพิจารณาว่านายยิ่งชีพที่จบการศึกษาคณะนิติศาสตร์ย่อมรู้หลักกฎหมาย และขั้นตอนในกระบวนการยุติธรรม ทำไมจึงระบุเช่นนั้น เพราะน้ำหนักในการกล่าวอ้างของนายยิ่งชีพจะต่ำ
ขณะเดียวกันมีข้อสังเกตอีกประการว่าการดำเนินการช่วงนี้ของนายยิ่งชีพ คล้ายจะกดดันการตัดสินของกกต.ให้เป็นไปตามข้อมูลจากเวทีเสวนาทั้ง 2 ครั้ง เพราะนายยิ่งชีพขอให้กกต.ส่งสำนวนทั้งหมดที่มีผู้ถูกกล่าวหา 229 ราย (การชี้มูลของอนุกรรมการฯชุดที่ 36) ให้ศาลฎีการับไปดำเนินการทั้งหมดโดยไม่ต้องไต่สวน และหาก กกต.ไม่สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดกกต.อาจมีความผิด และหาก กกต.ยกคำร้อง วินิจฉัยไม่ตรงกับสิ่งที่เวทีเสวนาทั้งสองครั้งนำเสนอไป นายยิ่งชีพ ,พรรคประชาชน ,พรรคประชาธิปัตย์ และนางสาวนันทนา นันทวโรภาส สว. ระบุว่าจะฟ้องเอาผิด กกต.ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา157 และใช้กลไกรัฐสภาในการตรวจสอบอีกต่อไป ซึ่งมีความย้อนแย้งอยู่ในตัว
เนื่องจากก่อนหน้านี้ ระบุว่า สว.เสียงข้างมากไม่ควรลงมติเลือกกรรมการในองค์กรอิสระจนกว่าคดีฮั้ว สว.จะยุติ หากองค์กรอิสระต้องลงมติชี้มูล สว.เสียงข้างมากว่ามีความผิด อาจจะไม่เกิดขึ้น เพราะ สว.คือผู้ลงมติเลือกกรรมการในองค์กรอิสระ เช่น 4 ใน 7 กรรมการ กกต.ชุดปัจจุบัน เเต่พบสิ่งผิดปกติบางประการ อาทิ กรณีนางสาวนันทนา ถูกยื่นคำร้องไปยังสำนักงานปปช.ว่าร่วมกระทำผิดกับ สว.บางรายในการปลอมลายมือของ สว.บางคน (กรณีรวบรวมรายชื่อสว.21คนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคหนึ่ง เพื่อยื่นต่อประธานวุฒิสภา ขอให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรม นูญเพื่อถอดถอน สว. กลุ่มสีน้ำเงิน จำนวน 136 คน โดยอ้างว่าฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 113 และขอให้มีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ) และนางสาวนันทนาเคยระบุกับสื่อมวลชนว่าขอรับผิดชอบเพียงผู้เดียวในกรณีนี้ ซึ่งหากพบว่านางสาวนันทนากับพวกกระทำผิดจริง นับว่าเป็นความผิดอาญาข้อหาปลอมใช้เอกสารทางราชการและขัดมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งน่าสังเกตว่าพรรคประชาชน นักวิชาการบางราย ไอลอว์ ไม่ได้ให้น้ำหนักในการติดตามกรณีนี้เลย
“ตอนนี้สังคมออนไลน์กำลังตั้งประเด็นว่า วันที่ 25 มิ.ย.2567 ไอลอว์เเละผู้สมัคร สว.สีส้มราว 300 คน มาประชุมที่อิมเเพค เมืองทองธานี(ห้องจูปิเตอร์11-13) ในงาน “สว.ประชาชน” ที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำคณะก้าวหน้าและอดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ดำเนินการชักชวนประชาชนหลายจังหวัดมาสมัครสรรหา สว.ตั้งเเต่ต้นปี 2567 โดยตั้งเป้าได้ สว.80 คนเพื่อเเก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 โดยบรรยากาศในวันนั้นพบว่าผู้จัดงานแจก "ริสแบนด์ (Wristband)" สายรัดข้อมือ สีขาว สีฟ้า สีเขียว และมีรปภ.ดูเเล โดยมีการเก็บโทรศัพท์มือถือของผู้ร่วมงาน ก่อนที่จะมีการลงคะเเนนผู้สมัคร สว.ระดับประเทศในวันที่ 26 มิย.2567 เเต่สุดท้ายจำนวนผู้ได้รับการสรรหาเป็น สว.ของกิจกรรมนี้มีไม่กี่คน เช่น นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย นางสาวนันทนา เป็นต้น
ทั้งนี้ มีการตั้งคำถามว่าช่วงการรณรงค์ประชาชนไปสมัครสรรหา สว.20 กลุ่มนั้น ทุกพรรคกลุ่มการเมืองรับรู้ล่วงหน้าเเล้วว่าผู้สมัคร สว.ต้องทำอะไรบ้างและตัวเองจะมีโอกาสเเค่ไหนในเเต่ละระดับ(อำเภอ, จังหวัด,ประเทศ) และสังคมออนไลน์มีข้อสังเกต พร้อมทั้งมีการวิจารณ์ในตอนนี้ว่า ตอนนั้นนางสาวชลณัฏฐ์ โกยกุล สส.กทม. พรรคประชาชน ซึ่งได้สมัครสว.กลุ่ม18 ด้วย โดยพบว่านางสาวชลณัฏฐ์ได้ถ่ายภาพร่วมกับนายเทวฤทธิ์ และนางสาวนันทนา ที่อิมเเพคเมืองทองธานีในวันที่ 25 มิ.ย. 2567
“สอดรับกับข้อมูลในสังคมออนไลน์ที่ระบุว่า มีการให้ผู้สมัครสว.สายสีส้มไปเเนะนำตัวกันก่อนวันลงคะเเนน สว.ระดับประเทศในวันที่ 26 มิ.ย.2567 จากนั้นนางสาวชลณัฏฐ์ โพสต์เฟซบุ๊คว่าตนเคยสมัคร สว.กลุ่ม18 เเต่ตกรอบ เเละระบุว่าไม่เสียใจ ทำเต็มที่่เเล้ว ไม่ได้ผิดคำพูดกับใครเพื่อเข้ามาตรงนี้ เเต่หลายคนดีลเหมือนจะไม่มีพรุ่งนี้หักหลังทุกคนราวกับว่าไม่ต้องกลับมาใช้ชีวิตในสังคมเเล้ว”
อย่างไรก็ตาม สังคมออนไลน์สอบถามว่าการจัดงานดังกล่าวใครคือผู้จ้ดงานเเละมีการเก็บเงินผู้ร่วมงานหรือไม่ ทำไมต้องเเบ่งริสเเบรนด์สามสีให้ผู้ร่วมงาน300 คน และทำไมนางสาวชลณัฏฐ์จึงโพสต์ระบุว่าการลงคะเเนนสรรหา สว.ครั้งนั้นตนไม่ได้ผิดคำพูดและไม่ได้หักหลังใครเเม้จะไม่ได้เป็น สว.








