กมธ. การกฎหมายฯ ดึงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมถกนัดด่วน ปม "น้องเมย" นักเรียนเตรียมทหารเสียชีวิต "รังสิมันต์ โรม" หวังคลี่คลายมหากาพย์ 8-9 ปี ทวงคืนความยุติธรรมให้ครอบครัว ชี้ขนาดคดีใหญ่กระบวนการยังได้เท่านี้ ยันไม่ได้ตั้งธงเอาผิดใคร ทุกอย่างว่ากันตามเหตุผลและพยานหลักฐาน
วันที่ 23 ก.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยก่อนการประชุม กมธ. การกฎหมายฯ เพื่อพิจารณากรณีการเสียชีวิตของ นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ "น้องเมย" นักเรียนเตรียมทหารที่เสียชีวิตจากการถูกสั่งธำรงวินัย ว่า ในการประชุมวันนี้ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าร่วมอย่างพร้อมหน้า ประกอบด้วย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ผู้บังคับการ สภ.เมืองนครนายก, ผกก. สภ.บ้านนา และ ผกก. สน.พญาไท ผู้บัญชาการโรงเรียนเตรียมทหาร ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ พ.อ. ณรุท ทองสอง รองเจ้ากรมพระธรรมนูญ นายสาธิต พูนสวัสดิ์พงศ์ ทนายความ และครอบครัวของน้องเมย
ประธานกมธ.กฎหมาย กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้คาดหวังว่าจะนำไปสู่การคลี่คลายปมสงสัยที่ยืดเยื้อมานานกว่า 8–9 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ครอบครัวรอคอยความยุติธรรมมาโดยตลอด ทุกฝ่ายยอมรับตรงกันว่าสาเหตุการเสียชีวิตต้องมีผู้รับผิดชอบ ปัจจุบันแม้ผู้เกี่ยวข้องซึ่งเป็นนายตำรวจจะถูกศาลทหารสูงสุดพิพากษาจำคุก (แต่รอลงอาญา) และยังคงรับราชการใช้ชีวิตตามปกติ แต่ในส่วนคดีที่ทำให้ถึงแก่ชีวิต อัยการศาลทหารกลับสั่งไม่ฟ้อง ซึ่งทางครอบครัวและ กมธ. ยังไม่เคยได้รับทราบข้อเท็จจริงว่าเพราะเหตุใดจึงสั่งไม่ฟ้อง จึงจำเป็นต้องรับฟังคำชี้แจงจากผู้แทนกรมพระธรรมนูญในวันนี้ นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องอวัยวะบางส่วนที่หายไปหลังจากการชันสูตรศพ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ สน.พญาไท แต่ผ่านไปนานกว่า 6 ปีกลับไม่มีความคืบหน้าในคดีเลย
"คดีน้องเมยไม่ใช่คดีโนเนม แต่เป็นคดีที่ทุกฝ่ายให้ความสำคัญ สื่อมวลชนก็จับตาดูอยู่ แต่ลองคิดดูว่าขนาดสังคมให้ความสนใจขนาดนี้ กระบวนการยุติธรรมกลับทำได้แค่นี้ หากถามลึกๆ ว่าถ้าเราเป็นพ่อแม่ของผู้เสียชีวิต เราจะรู้สึกว่าได้รับความยุติธรรมจริงหรือ" นายรังสิมันต์ กล่าว
นายรังสิมันต์ เน้นย้ำว่า ในฐานะ กมธ. การกฎหมายฯ จำเป็นต้องเข้ามาสะสางเรื่องนี้ และนำเข้าเป็นเรื่องด่วนเพื่อคืนความเป็นธรรมให้แก่ทุกฝ่าย โดยยันยันว่าไม่ได้ตั้งธงเพื่อเอาผิดใครบางคน แต่ทุกอย่างต้องขับเคลื่อนด้วยเหตุผลและพยานหลักฐาน เพื่อดูว่ามีน้ำหนักเพียงพอในการแก้ไขปัญหาและตรวจสอบเรื่องอายุความในคดีส่วนอื่นๆ ที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการศาลต่อไป








