'รังสิมันต์ โรม' ตั้งคำถามถึงนายกรัฐมนตรี ชี้แจงหลักเกณฑ์เคาะชื่อ 'พล.ต.อ.สำราญ นวลมา' เป็น ผบ.ตร. คนที่ 16 พร้อมถามย้ำ วาระดำรงตำแหน่งยาวนาน 7 ปี จะสร้างการเปลี่ยนแปลง-ปราบทุนสีเทาได้จริง หรือสุดท้ายวนลูปเข้าอีหรอบเดิม
วันที่ 23 ก.ค.2569 เวลา 13.300 น.ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเสนอชื่อ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนที่ 16 ซึ่งมีวาระการดำรงตำแหน่งยาวนานถึง 7 ปี ว่า ประเด็นสำคัญที่ตนและสังคมให้ความสนใจคือ "ทำไม" ถึงเป็นบุคคลนี้ เนื่องจากตามกฎหมายการพิจารณาแต่งตั้งต้องอ้างอิงจาก ความรู้ ความสามารถ และความอาวุโส เป็นหลัก ดังนั้น กระบวนการคัดเลือกจึงต้องมีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้
"ผมไม่ได้บอกว่าเป็นความผิดของตัวผู้ถูกเสนอชื่อ แต่กำลังจะบอกว่าตัวนายกรัฐมนตรีและ ผบ.ตร. ต้องชี้แจงให้สังคมเข้าใจอย่างชัดเจนว่า ตกลงแล้วมีการพิจารณาบนหลักเกณฑ์อะไร และมีข้อเท็จจริงอย่างไรในการตัดสินใจครั้งนี้" นายรังสิมันต์ กล่าว
นอกจากนี้ นายรังสิมันต์ยังกล่าวถึงอนาคตขององค์กรตำรวจภายใต้การนำของ พล.ต.อ.สำราญ ตลอดระยะเวลา 7 ปีข้างหน้าว่า ประชาชนควรคาดหวังอะไรได้บ้าง และจะนำไปสู่การสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับองค์กรตำรวจได้จริงหรือไม่ขณะนี้ กมธ. การกฎหมายฯ อยู่ระหว่างการหารือเพื่อจัดตั้ง อนุกรรมาธิการพิจารณาการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ซึ่งจะติดตามและประเมินบทบาทของ ผบ.ตร. คนใหม่ อย่างใกล้ชิด โดยตั้งคำถามว่าช่วง 7 ปีหลังจากนี้ เราจะเห็นการปฏิรูปที่เกิดขึ้นจริง หรือสุดท้ายจะกลายเป็นเพียง "วัฏจักรเดิมๆ" ที่ยังมีระบบตั๋ว ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน และการพัวพันกับกลุ่มทุนสีเทา
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า หากปัญหาเดิมๆ ยังไม่ได้รับการแก้ไข 7 ปีข้างหน้าก็อาจกลายเป็นช่วงเวลาที่สูญเปล่า และอาจทำให้ปัญหากลุ่มทุนสีเทาเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม จึงคาดหวังให้ ผบ.ตร. คนใหม่ ใช้โอกาสและวาระที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า ในการยกระดับศักยภาพขององค์กรตำรวจให้ปราบปรามสิ่งผิดกฎหมายได้อย่างเด็ดขาด ทัดเทียม โดยไม่เลือกปฏิบัติและไม่เกรงกลัวผู้มีอำนาจใดๆ








