"โรม" แฉทุจริตสอบท้องถิ่น 5,960 ราย จี้ "มหาดไทย" สอบบิ๊ก สถ.-กสถ. ห่วงมวยล้ม
วันที่ 22 ก.ค.69 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยความคืบหน้าการติดตามกรณีการทุจริตสอบท้องถิ่น โดยระบุถึงบรรยากาศการทำงานในกรรมาธิการว่าเป็นการทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้มีลักษณะกลั่นแกล้งใคร แม้จะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันบ้างในกรรมาธิการซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา แต่ในฐานะประธานจำเป็นต้องควบคุมการประชุมให้เป็นไปตามระเบียบและข้อบังคับ โดยเฉพาะกรณีที่กรรมาธิการบางท่านอาจมาไม่ตรงเวลาจนทำให้พลาดข้อมูลสำคัญที่ได้มีการชี้แจงไปแล้ว ซึ่งตนยืนยันว่าไม่สามารถเริ่มพิจารณาใหม่ทุกครั้งได้เนื่องจากต้องบริหารจัดการเวลาตามอำนาจหน้าที่ พร้อมย้ำว่าไม่อยากให้ประเด็นเรื่องอายุหรือความเห็นต่างส่วนบุคคลมาเป็นแก่นสารสำคัญของการตรวจสอบในครั้งนี้
สำหรับประเด็นหลักที่สังคมต้องให้ความสนใจคือกรณีข้อมูลทุจริตข้อสอบท้องถิ่นที่มีผู้เกี่ยวข้องถึง 5,960 ราย ซึ่งเชื่อมโยงกับบุคคลหลายฝ่าย โดยผลการประชุมในวันนี้พบข้อบ่งชี้สำคัญคือการประกาศรายชื่อผู้สอบได้ไม่ตรงกับความเป็นจริง มีการเข้าไปเปลี่ยนแปลงรายชื่อเพื่อให้ผู้ที่สอบตกกลายเป็นผู้สอบได้ ซึ่งพยานหลักฐานสำคัญบรรจุอยู่ในแฟลชไดรฟ์ (Flash Drive) ที่มีการส่งมอบให้กับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และอยู่ในความครอบครองของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ด้วย ทำให้การทุจริตครั้งนี้มองได้ 3 ฉากทัศน์ คือ 1. สถ. ทุจริต 2. มศว ทุจริต หรือ 3. ร่วมกันทุจริต ซึ่งอาจมีผู้บริหารระดับสูงเข้าไปเกี่ยวข้องในแต่ละส่วน
จากการตรวจสอบรายละเอียดในข้อกำหนดขอบเขตงานหรือ TOR พบความผิดปกติที่ทั้ง มศว และ สถ. ปฏิบัติไม่ครบถ้วน โดยทาง มศว มีการสำรองข้อมูลเก็บไว้ ซึ่งอ้างว่าเป็นมาตรฐานที่สูงกว่าทั้งที่ใน TOR ไม่ได้กำหนดไว้และทาง สถ. ก็รับทราบ ขณะเดียวกันในการประกาศรายชื่อที่ต้องมีการลงตราประทับของ มศว พบว่า สถ. เป็นผู้ร้องขอให้ มศว ลงตราประทับภายหลัง ซึ่งจุดนี้ถือเป็นส่วนสำคัญของการประกาศรายชื่อเท็จเนื่องจากไม่มีการตรวจสอบข้อมูลเปรียบเทียบกับแฟลชไดรฟ์ที่ถือเป็นข้อมูลจริง
โดยบุคคลที่เข้ามาเกี่ยวข้องตามลำดับคืออดีตอธิบดี สถ. ในขณะนั้น ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการตามกรอบอำนาจหน้าที่ และนายวันชัย จันทร์พร ในฐานะประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ กสถ. ซึ่งตามปกติประธานต้องเป็นผู้รับมอบแฟลชไดรฟ์ด้วยตัวเอง แต่ปรากฏว่ามีการสั่งให้ มศว นำแฟลชไดรฟ์มาส่งที่กรุงเทพฯ แทน
ในส่วนของความคืบหน้าทางคดี ปัจจุบันมีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยเจ้าหน้าที่จำนวน 5 รายชื่อ แต่ยังไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีอาญาหรือร้องทุกข์กล่าวโทษใดๆ ขณะที่ทางตำรวจมีการออกหมายเรียกเพียง 3 รายชื่อที่จับกุมได้ก่อนหน้านี้ และมีการออกหมายเรียกผู้อำนวยการที่รับผิดชอบเรื่องการสอบของฝั่ง มศว รวมถึงบริษัทที่รับผิดชอบเรื่องการพิมพ์ แต่ยังไม่มีการออกหมายเรียกอธิบดี สถ. หรือบุคคลใดในฝั่งกระทรวงมหาดไทยเลย
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลระบุว่ามีเจ้าหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) อีก 11 นาย ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขเปลี่ยนแปลงไฟล์สแกนกระดาษคำตอบของคนทั้ง 5,960 คน แต่ปัจจุบันทั้ง 11 คนยังไม่ถูกออกหมายเรียกหรือหมายจับและยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ ส่วนการยึดอายัดทรัพย์สินโดยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ยังไม่มีความคืบหน้าเนื่องจากคดีอาญายังไม่มีความก้าวหน้าเพียงพอ
"วันนี้เราฟังข้อเท็จจริง ไม่มีใครมือสะอาดร้อยเปอร์เซ็นต์ คำถามคือสามฉากทัศน์ที่ผมพูดถึงจะจบยังไง แน่นอนว่าทาง สถ. มีส่วนที่น่าสงสัยแน่ๆ ว่าทำไมทำในสิ่งที่ไม่เป็นไปตาม TOR และ มศว ทำไมถึงไปลงตราประทับทั้งที่รู้ว่าไม่ควรทำเพราะไม่ได้กำหนดไว้ รวมถึงการสำรองข้อมูลและการสแกนกระดาษคำตอบห้าพันเก้าร้อยหกสิบรายชื่อที่ดำเนินการในบริษัทแห่งหนึ่งที่นนทบุรีว่าได้มาได้อย่างไร
วันนี้เรายังไม่มีข้อมูลนี้ สิ่งที่น่าสงสัยที่สุดคือทำไมคนของฝั่งกระทรวงมหาดไทยในทางคดีถึงดำเนินการไปได้ช้าจังเลย ทั้งที่มีข้อมูลแฟลชไดรฟ์เป็นสารตั้งต้นของการกระทำความผิดอยู่ในการครอบครองของทั้งสองหน่วยงาน แต่กลับมีการออกหมายเรียกแค่ฝั่ง มศว ส่วนฝั่ง สถ. และประธาน กสถ. ยังไม่มีการดำเนินการอะไร หากไม่มีการขยายผลไปถึง อปท. สิบเอ็ดคน หรือผู้บริหารระดับสูงทั้งในส่วนราชการและมหาวิทยาลัย ผมคิดว่าเราก็คงเล่นปาหี่กัน หลายหน่วยงานทั้ง ปปง. ตำรวจ หรือ สถ. ต่างอยู่ภายใต้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมหาดไทย แต่กลับคุยกันไม่รู้เรื่องว่าตกลงใครจะรับผิดชอบ"
สำหรับการดำเนินงานขั้นต่อไป คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) รับปากว่าจะนำข้อมูลในแฟลชไดรฟ์ไปตรวจสอบเปรียบเทียบกับกระดาษคำตอบตัวจริงเพื่อให้เกิดความชัดเจนว่ามีการทุจริตหรือไม่ และจำนวนผู้เกี่ยวข้องจะจำกัดอยู่ที่ 5,960 รายหรือไม่ ทั้งนี้ยอมรับว่าการตรวจสอบเรื่องนี้มีความยากลำบาก ซึ่งกรรมาธิการจะติดตามการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานต่างๆ อย่างเต็มความสามารถ โดยในช่วงต้นเดือนหน้า (ส.ค.) จะมีการพิจารณาเรื่องนี้ต่อเพื่อให้สิ้นกระแสความและเอาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้ เนื่องจากคดีนี้มีข้อหาหนักทั้งอั้งยี่ ซ่องโจร และปลอมแปลงเอกสารราชการรวมกว่า 6 ข้อหา
#รังสิมันต์โรม #โรม #ทุจริตสอบท้องถิ่น #สอบท้องถิ่น #กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น #มหาดไทย #กสถ #การเมืองไทย #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








